[KnB Fic] Replay - Chapter 50 [Ao*Kuro]

posted on 06 Jun 2015 21:40 by freyaminnie in Fiction, KnB
 
 
 
 
 

Title : Replay

Author : freyaminnie

Fandom : Kuroko no Basket

Paring :  Aomine x Kuroko 

Rating : PG-13 

 

 

 

<< Previous | Next >>

 

 

 

50

 

 


 
 
 
 
 
112 ต่อ 55




ตัวเลขสีแดงบนกระดานขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ชัดเจนทั่วสนาม เป็นการตอกย้ำความโหดร้ายของผลการแข่งขัน และความต่างชั้นระหว่างทีมหน้าใหม่ที่ไม่ว่าจะบังเอิญหรือโชคช่วยที่ทำให้มาถึงตรงจุดนี้ได้ กับฝีมือที่แท้จริง




บนอัฒจรรย์เงียบเชียบ โดยเฉพาะผู้คนที่มาเอาใจช่วยลุ้นทีมหน้าใหม่อย่างเซย์ริน ที่สุดท้ายแล้วก็บินไปได้ไม่ถึงไหนและต้องพ่ายไปด้วยสกอร์ที่มากเกินกว่าสองเท่า




เด็กหนุ่มผมเขียวสบถในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะหันหลังกลับไปจากภาพตรงหน้า เขาก็เป็นหนึ่งในคนที่เคยพ่ายแพ้ต่อเซย์รินชุดนี้มา การต้องมาเห็นคนที่เอาชนะตัวเองมาได้ต้องพ่ายอย่างหมดรูปมันทำให้พูดอะไรไม่ออกจริงๆ




แต่เหนืออื่นใดก็คือปฏิกิริยาของอดีตเพื่อนร่วมทีมคนสำคัญที่มีต่อความพ่ายแพ้ครั้งนี้




ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างสองคนนั่นจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา และมิโดริมะก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นห่วงร่างเล็กๆที่เดินลากขาออกจากสนามไปอย่างอ่อนแรงนั่นเลยซักนิด




แต่ถึงยังไง.. มันก็เป็นภาพที่ทนดูไม่ได้จริงๆ 


 
 
 
 
 



 
- Replay - 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ห้องล็อกเกอร์รูมของโทโอเต็มไปด้วยเสียงโหวกเหวก โดยตัวการหลักยังคงเป็นสุสะที่โวยวายเสียงดังกว่าใครเพื่อนเหมือนเคย




“เอาล่ะ เรากำจัดคู่แข่งซะราบคาบเลย แบบนี้อนาคตต่อไปคงยิ่งสดใส!!!”




วันนี้พวกเขาชนะมาได้หนึ่งนัด เหลืออีกแค่นัดเดียวก็จะได้ไปอินเตอร์ไฮแล้ว ย่อมไม่แปลกที่ทุกคนจะกำลังฮึกเหิมและดีใจจนหยุดไม่อยู่




เด็กหนุ่มปีสองคนหนึ่งที่อยู่ในตำแหน่งตัวสำรองพยักหน้าอย่างเห็นด้วย 




“เห็นเค้าคุยกันนักหนาก็นึกว่าเซย์รินจะเก่งซักแค่ไหนกันเชียว โดยเฉพาะเจ้าเบอร์ 11 นั่น อ่อนแอยิ่งกว่าอะไรดี แถมทั้งที่ควรจะยอมๆแพ้ไปได้แล้วยังเอาแต่ดื้ออยู่นั่นแหละ สงสัยหมอนั่นจะสติไม่ดีนะว่ามั้--”




‘ตึง!!’ 




มือสีแทนกระชากคอเสื้อคนพูดขึ้นมาแล้วดันไปกระแทกกับประตูล็อกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังอย่างแรง 




“หุบปากไปซะ! คนไม่ได้ลงสนามอย่ามัวแต่เห่าเลย มันน่ารำคาญว่ะ!!” ความหงุดหงิดที่พุ่งขึ้นมาจากไหนไม่รู้โดยเฉพาะเมื่อได้ยินประโยคก่อนหน้านี้ทำให้ฟิวส์แทบขาด 




นัยน์ตาสีน้ำเงินวาวโรจน์เต็มไปด้วยไฟโทสะที่คุกรุ่น อีกมือหนึ่งกำแน่นเงื้อหมดเตรียมจะต่อยเข้าไปที่ใบหน้าที่กำลังมองมาหวาดกลัว




คนงี่เง่าแบบนี้ ไม่มีสิทธิมาดูถูกคนที่พยายามมาตลอดอย่างเท็ตสึ 




คนที่ไม่รู้อะไรน่ะ ไม่มีวันเข้าใจความแข็งแกร่งของเท็ตสึได้หรอก 




เพราะหมอนั่นน่ะ.... 




“อาโอมิเนะ! พอได้แล้ว!!” เพื่อนร่วมทีมและโค้ชที่เห็นท่าไม่ดีต้องรีบเข้ามาแยก ทำให้เด็กหนุ่มผิวแทนค่อยได้สติคืนมา เขาปล่อยมือจากคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วสบถอย่างหัวเสีย ร่างสูงเดินปึงปังจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ทิ้งให้คนอื่นรับมือกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นโดยไม่เข้าใจ





.
.
.
.
.





ในทางตรงกันข้าม ในห้องล็อกเกอร์รูมของเซย์รินกลับเต็มไปด้วยความเงียบที่แสนจะอึดอัด ราวกับมีบรรยากาศที่หนักอึ้งกดทับบนบ่าของทุกคนไว้ ทำให้ได้แต่นั่งก้มหน้าแล้วก็ไม่มีใครพูดอะไร 




แม้แต่ริโกะหรือโคงาเนอิที่ปกติจะร่าเริงก็ไม่รู้จะมีคำพูดใดที่จะช่วยให้สถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ของทุกคนดีขึ้นได้




ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยพ่ายแพ้ แต่ความต่างชั้นขนาดนี้ ถึงจะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ขนาดไหนแต่ความเป็นจริงที่ไม่อาจยอมรับได้ก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง 




พวกเขาสู้โทโอ สู้อาโอมิเนะไดกิ สู้อดีตเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย 




“บ้าเอ๊ย!!” คางามิสบถพลางทุบกำปั้นลงบนล็อกเกอร์อย่างเหลืออด ใจหนึ่งก็หงุดหงิดที่ตัวเองต้องถูกถอดออกกลางครันเพราะอาการบาดเจ็บ แต่อีกใจหนึ่งเขาก็รู้ดีว่าตัวเองในขณะนี้คงไม่มีวันเอาชนะเอสของโทโอได้




‘แสงของนายน่ะ มันริบหรี่สิ้นดี’ 




น้ำเสียงดูถูกที่ตอกย้ำผุดขึ้นในใจจนอดเห็นด้วยกับถ้อยคำนั้นไม่ได้ เขามันอ่อนแอ เขาไม่ใช่แสง ไม่ใช่คนที่เปล่งประกายเจิดจ้า เป็นแค่ไอ้งั่งคนหนึ่ง




‘แสงกับเงาแห่งเซย์ริน’ ที่เคยได้รับการชื่นชมนักหนา สุดท้ายแล้วมันก็แค่นี้  ต่อให้มีถึงสองคนก็ไม่อาจทำให้คู่ต่อสู้ที่มีเพียงแค่คนเดียวรู้สึกระคายผิวได้เลยแม้แต่น้อย




“สุดท้ายแล้วพวกเราก็คงมาได้แค่นี้ล่ะ” 




“ฉันคิดว่าเราก็เล่นได้ดีแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นจะทำอะไรได้” 




อาโอมิเนะพูดถูก แสงของเขายังริบหรี่เกินไป ไม่สามารถทำให้เงาอย่างคุโรโกะแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ได้ กับเขาที่ยังคงอ่อนแออยู่แบบนี้ ถึงจะร่วมมือกันต่อไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น




“แค่ร่วมมือกันเฉยๆน่ะ มันเอาชนะไม่ได้หรอก” เด็กหนุ่มผมแดงกล่าวก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ร่างเล็กที่เหลืออยู่ในห้องล็อกเกอร์เพียงลำพัง โดยหารู้ไม่ว่าถ้อยคำที่ตนเพิ่งเอ่ยออกมานั้น กระทบกับจิตใจของคนฟังมากแค่ไหน และจะส่งผลให้สถานการณ์ที่เป็นอยู่นั้น ยิ่งเลวร้ายลงไปกว่าเดิมอีกหลายเท่า





.
.
.
.
.




เป็นเวลาสองวันแล้วหลังจากแข่งรอบคัดเลือกอินเตอร์ไฮกับโทโอจบ แม้จะแพ้แต่พวกเขาก็ยังมีโอกาสแก้ตัวในอีกสองนัดที่เหลือ ขอเพียงแค่ชนะให้ได้ทั้งหมดก็ยังมีสิทธิไปแข่งอินเตอร์ไฮต่อได้




แต่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์พร้อมทั้งด้านพลังกายและพลังใจนั้น เซย์รินก็ไม่อาจต่อกรกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ในระดับต้นๆของจังหวัดได้เลยแม้แต่น้อย




จึงไม่มีใครแปลกใจเมื่อพวกเขาพ่ายแพ้ไปในอีกสองนัดที่เหลือ และเส้นทางการแข่งขันในอินเตอร์ไฮของพวกเขาก็ต้องจบลงเพียงเท่านี้




คางามิที่ถูกสั่งให้พักหลังจากการแข่งกับโทโอก็ไม่โผล่หน้ามาที่ชมรมอีกเลย ส่วนคนที่ยังเหลืออยู่ก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกๆที่ไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้เล่นปีหนึ่งอีกคนที่ยังเหลืออยู่




แม้จะยังมาซ้อมเหมือนเดิมแต่พฤติกรรมของคุโรโกะกลับแปลกไป แม้จะไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ริโกะก็สังเกตเห็นได้ ราวกับว่ารุ่นน้องของเธอนั้นเก็บตัวเองเงียบ ปิดขังตัวเองออกจากโลกภายนอกเกือบจะโดยสิ้นเชิง 




.
.
.
.
.





ท้องฟ้ามืดครึ้มไปด้วยเมฆหนา บดบังแสงอาทิตย์ที่เคยเจิดจ้าเสียจนสิ้น เสียงร้องคำรามของสายฟ้าให้ได้ยินอยู่ไม่ไกลเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงฝนที่กำลังจะตกลงมาในไม่ช้า




เด็กหนุ่มร่างเล็กในชุดกักคุรันสีดำเดินกลับบ้านเพียงลำพังตามเส้นทางปกติเหมือนกับทุกวัน นัยน์ตาสีฟ้าเหม่อมองเบื้องบนเต็มไปด้วยก้อนเมฆสีดำ ที่เหมือนกับในความทรงจำติดยังติดตาอยู่ยังไงยังงั้น




การพ่ายแพ้ให้กับอาโอมิเนะ ไม่เหมือนกับการแพ้ให้กับคนอื่นๆ 




‘ผมจะเอาชนะอาโอมิเนะคุงให้ได้ครับ ผมสัญญา’




ครั้งหนึ่งที่เขาเคยคิดจะล้มเลิกในสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ในวันที่ใครๆต่างก็บอกว่าคนอย่างเขาไม่เหมาะกับบาสเก็ตบอล แต่ยังมีคนคนหนึ่งที่เชื่อมั่น และให้กำลังเพื่อสามารถสู้ต่อไปได้ 




‘ถ้าหากนายยอมแพ้แล้วล่ะก็ ทุกอย่างมันก็จบ’




และมันก็กลายเป็นสิ่งที่เขายึดมั่นมาตลอดจนกระทั่งทุกวันนี้




‘เพราะเป็นนาย ฉันถึงเชื่อมั่นว่าจะต้องทำได้’




เพราะเชื่อมั่นว่าจะต้องทำได้ แม้จะรู้ว่าหนทางยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหน แต่เพื่อเป้าหมายที่ต้องการเอาชนะ เพื่อสิ่งสำคัญที่ต้องการนำกลับคืนมาให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม




‘บาสเก็ตบอลของนาย ไม่มีวันเอาชนะฉันได้หรอก’




เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกสิ้นหวัง รู้สึกว่าหนทางข้างหน้ามันช่างมืดมิดจนไม่เห็นแม้แต่แสงสว่างอันแสนไกล





สายฝนที่เริ่มสาดเทลงมาทีละน้อยจนเป็นม่านฝนห่าใหญ่ เม็ดฝนเย็นฉ่ำที่ช่วยคลายความร้อนอบอ้าวให้กับฤดูร้อนของโตเกียวแต่สำหรับคุโรโกะแล้วมันกลับทำให้หนาวเหน็บจนถึงขั้วหัวใจ 




‘ยอมแพ้ซะเถอะ เท็ตสึ’




เขาที่ยืนอยู่เดียวดายท่ามกลางสายฝน ไม่มีอีกแล้ว คำปลอบโยนและให้กำลังใจ ไม่มีใครที่คอยอยู่เคียงข้าง ไม่มีแสงสว่างที่ส่องนำทาง ไม่มีแม้กระทั่งความหวัง




‘ฉันว่าเราคงมาได้แค่นี้แหละ แบบนี้ถึงร่วมมือกันต่อไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา’




แม้แต่คางามิคุง แม้แต่แสงที่เขาเคยคิดว่าจะเจิดจ้า และส่องประกายอย่างไม่มีวันดับ ภาพที่เขาเห็นในสนามบาสเก็ตบอลที่ไม่มีใครอยู่นอกจากพวกเขาวันนั้น 




เขาได้แต่หวังเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะยังคงเปล่งแสงเช่นเดิมและไม่เปลี่ยนไป




แต่สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็กลายมาเป็นแบบนี้




บางทีนี่อาจจะเป็นบทลงโทษสำหรับคนอย่างเขา ที่คิดหลอกใช้คางามิคุงมาตั้งแต่แรกเพื่อตอบสนองความเอาแต่ใจของตัวเอง ที่ยังฝืนดื้อดึงเอาสิ่งที่ผ่านไปแล้วให้หวนกลับมาเป็นเหมือนเดิม




บางทีเขาควรจะรู้ตั้งแต่ในวันฝนตกวันนั้นว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ 




ร่างกายที่เปียกปอน สายน้ำเย็นเยียบซึมลึกไปจนถึงกระดูก แขนขาที่หนักอึ้งจนเดินต่อไปอีกไม่ไหว แทบจะอยากทรุดกายลงที่ตรงนี้แล้วยอมแพ้ซะเมื่อทุกสิ่งที่ทำมามันกลับกลายเป็นความไร้ค่า




เรื่องของเขากับอาโอมิเนะคุง ไม่ว่าจะอย่างไรมันก็คงต้องจบลง  เปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน ฝืนดึงดันจนทำให้ใครต่อใครต้องเข้ามาพัวพันยุ่งเกี่ยวกันไปหมด ทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมดนับตั้งแต่วันนั้น ทั้งเรื่องของอาโอมิเนะคุง เรื่องของอาคาชิคุง เรื่องของทุกๆคน 



พวกเขาเหมือนเส้นทางที่เป็นคู่ขนานและไม่มีวันมาบรรจบกันได้อีก




“เท็ตสึ?” 




เสียงทุ้มที่แสนคุ้นเคยแทรกเข้ามาในภวังค์ความคิด และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมอง ภาพที่ปรากฏคือใบหน้าของคนสุดท้ายที่เขาอยากเจอในเวลานี้




“อาโอมิเนะคุง?”
 
 
 
 
 
 
TBC
 
 
 
 
 
 
Talk : 
 
ตอนที่ครึ่งร้อยแล้วค่ะะะะะะ *พรากกก* ในที่สุดก็มาถึงฉากนี้ ตอนต่อไปจริงๆแอบเขียนไปได้หน่อยนึงแล้ว แต่คิดว่าน่าจะยาวเกินไปเลยขอเอาไว้ขึ้นตอนหน้าเลยดีกว่า เพราะงั้นเลยน่าจะมาอัพได้เร็วๆนี้(มั้ง?)
 
ขอบคุณทุกคนที่ยังคงติดตามอยู่นะคะ 
 
ปล.พระเอกโผล่มาแล้วนะคะ (ฮา)
 
 

Comment

Comment:

Tweet

มีหนังสือขายมั้ยคะ อยากได้เรื่องนี้มาก มาต่อไวไวนะคะ ^^ 

 

ปล. ถ้ามีหนังสือรบกวนติดต่อทาง lingkang_m@outlook.com ค่ะ

#5 By Saru (223.24.50.53) on 2016-04-08 13:08

มีหนังสือขายมั้ยคะ อยากได้เรื่องนี้มาก มาต่อไวไวนะคะ ^^ 

 

ปล. ถ้ามีหนังสือรบกวนติดต่อทาง lingkang_m@outlook.com ค่ะ

#5 By Saru (223.24.50.53) on 2016-04-08 13:08

พระเอกกกกกกกกกกกดด
โผล่มาทำคะแนนหล่อๆซะที~~~~ฮิ้วววววววววว

#4 By fukaze on 2015-06-07 23:58

อ้ากกกกกก โผล่มาถูกช่วงมากไปนะะะะะ... ในสนามปากดีกะน้องขนาดนั้น ยังจะมาทักเค้าอีก แล้วจะคุยอะไรกันละเนี่ย โอ่ย ลุ้นเว่อ อยากไปอยู่เป็นแอ่งน้ำแถวนั้น 555555

รออ่านต่อคร้าบบบบบ

#3 By ๛Aki๛ on 2015-06-07 11:35

สนุกมาก รอลุ้นค่าาา  

#2 By preawskyy (49.49.4.140|49.49.4.140) on 2015-06-06 23:08

กรี๊ดดดดด พระเอกเราโผล่แล้วจริงๆค่ะ ฮาาาา
>//////////<
ฉากที่มิเนะโกรธแทนน้องหลังแข่งเสร็จนั่นทำเราเองก็จิ้นนักต่อนักทีเดียว
ขอบคุณที่มาต่อนะคะ จะรอตอนต่อไปอย่างมั่นคงค่ะ (.//////.)

#1 By Magaroon's on 2015-06-06 22:08