[KnB Fic] Replay - Chapter 49 [Ao*Kuro]

posted on 08 Apr 2015 08:08 by freyaminnie in Fiction, KnB
 
 
 
 
 

Title : Replay

Author : freyaminnie

Fandom : Kuroko no Basket

Paring :  Aomine x Kuroko 

Rating : PG-13 

 

 

 

<< Previous | Next >>

 

 

 

49

 
 
 
 
 
 
อาโอมิเนะไม่ได้อยู่ตรงนั้น




ทำไมล่ะ? 




แม้ภายนอกจะดูเรียบเฉยเหมือนทุกครั้ง ทว่าในหัวของคุโรโกะหมุนวนไปหมด 




ทำไมอาโอมิเนะคุงถึงได้ไม่มาแข่ง ทำไมถึงไม่มาปรากฏตัว 




ทั้งที่คิดว่าจะได้เจอแล้วแท้ๆ แต่อีกฝ่ายกลับไม่อยากเห็นหน้าเขาอย่างนั้นเหรอ




“หมอนั่นมาสายน่ะ” เขาได้ยินเด็กหนุ่มคนหนึ่งในทีมโทโอบอกแบบนั้น ก็สมเป็นอาโอมิเนะในตอนนี้อยู่หรอก คนที่ไม่สนใจบาสเก็ตบอล ไม่สนใจที่จะซ้อม หรือแม้กระทั่งการแข่ง




เขาควรจะดีใจมากกว่าสิที่เอสของฝั่งตรงข้ามไม่ปรากฏตัว เพราะมันจะทำให้พวกเขาเอาชนะได้ง่ายขึ้น และเข้าใกล้เป้าหมายที่ต้องการเข้าไปอีกก้าว




‘ผมจะทำให้คุณเป็นที่หนึ่งในญี่ปุ่น’



ใช่แล้ว เขาสัญญากับคางามิคุงไว้ สัญญากับทุกๆคนในเซย์รินไว้ว่าจะเป็นที่หนึ่งในญี่ปุ่นให้ได้




และโทโอก็เป็นกำแพงสูงใหญ่ที่พวกเขาจะต้องข้ามผ่านไปให้ได้




การไม่มีอาโอมิเนะคุงอยู่แบบนี้ ทำให้โอกาสในการคว้าชัยชนะของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก




แต่ว่า..




ถึงจะเอาชนะโทโอได้ ถึงจะเป็นที่หนึ่งในญี่ปุ่นได้ แต่ถ้าเอาชนะอาโอมิเนะคุงไม่ได้ ก็ไม่อาจเปลี่ยนอะไรได้ ไม่สามารถจะนำเอาคนคนนั้นคนเดิมกลับคืนมาได้ ไม่อาจนำรอยยิ้มของคนสำคัญกลับคืนมาได้อยู่ดี




เป้าหมายที่แสนจะเห็นแก่ตัวของเขา เป้าหมายที่แท้จริงของเขา ความตั้งใจที่เขาปิดบังไว้ แม้แต่คู่หูอย่างคางามิคุงก็ไม่รู้ 




โอกาสที่มาอยู่ตรงหน้า ทว่ากลับยิ่งห่างไกลออกไปอีก




ทำไม..




เสียงกัปตันทีมเรียกทุกคนไปรวมตัวกลางสนามเมื่อการแข่งขันใกล้จะเริ่มขึ้นทุกทีดึงเขากลับมาสู่ความจริงที่อยู่ตรงหน้า




ในตอนนี้พวกเขากำลังจะต้องเผชิญหน้ากับโทโอในลีกชิงชนะเลิศ และต้องเอาชนะให้ได้เพื่อที่จะได้ไปสู่อินเตอร์ไฮระดับประเทศ ที่ซึ่งเป็นความฝันของรุ่นพี่และทุกๆคนในทีม




ต่อให้คิดถึงเรื่องคนที่ไม่มาปรากฏตัวในที่นี้ไปก็ไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้อยู่ดี




คุโรโกะสูดลมหายใจเข้าลึก เก็บกดความผิดหวังไว้ภายใน ก่อนจะก้าวออกไปสู่สนาม


 
 
 
 
 
 
 - Replay - 
 
 
 
 
 
 
 
 


พวกเขาประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป




แม้จะไม่มีอาโอมิเนะ แต่โทโอเองก็ไม่ใช่ทีมกระจอกๆที่พวกเขาจะสามารถเอาชนะได้ง่ายๆ นอกเหนือจากความสามารถอันโดดเด่นของผู้เล่นแต่ละคนแล้ว ยังมีข้อมูลการวิเคราะห์ที่แม่นยำจากอดีตผู้จัดการทีมเทย์โควอย่างโมโมอิ ทำให้ไม่ว่าเซย์รินจะทำอะไรก็จะถูกคาดเดาได้เสมอ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ขาของคางามิที่เกือบจะหายดีแล้วกลับมีอาการกำเริบขึ้นมาอีก 




แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่คิดว่าจะแพ้ 




อย่างน้อยการเล่นประสานงานระหว่างคู่หูแสงกับเงาคู่ใหม่ก็สามารถทำให้พวกโทโอประหลาดใจได้ ทั้งยังไม่เคยมีอยู่ในข้อมูลของผู้จัดการสาวทำให้คาดเดาได้ยากอีก




แม้จะตกเป็นรองแต่ก็ยังตามหลังแค่ไม่กี่แต้ม พวกเขายังมีโอกาสไล่ทันได้อยู่ในเมื่อเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งหนึ่งของการแข่งขัน




“คางามิคุง ไหวนะครับ” คุโรโกะถามคู่หูหลังจากที่โค้ชพันข้อเท้าเพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บให้อีกฝ่ายเสร็จ 




“ถามอะไรยังงั้นฟะ เหลือเวลาให้ลุยอีกตั้งครึ่ง แค่นี้ไม่ตายหรอก” ร่างสูงกว่าฉีกยิ้มให้อย่างมั่นใจและพร้อมที่จะเดินลงสนาม





“ช่าย มันต้องขึงขังเข้าไว้แบบนั้นแหละดีแล้ว ไม่งั้นก็น่าเบื่อแย่สิ”  





เจ้าของแขนสีแทนในชุดวอร์มสีดำสนิทที่วางพาดมาบนบ่า กับน้ำเสียงทุ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเรียกเสียงฮือฮาจากคนทั้งในและนอกสนาม โดยเจ้าตัวหาได้แสดงท่าทีทุกข์ร้อนไม่แม้ว่าตัวเองจะมาสายจนเกือบครึ่งของการแข่งขันก็ตาม




อดีตเอสของเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ที่เก่งกาจ ตอนม.ต้นนั้นโรงเรียนม.ปลายหลายๆแห่งก็อยากจะได้ตัวเขาไปร่วมทีมด้วยกันทั้งนั้น ทว่าเมื่อเจ้าตัวมีเงื่อนไขว่าอย่างไรก็จะไม่ฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมเด็ดขาดซึ่งนั่นยอมรับไม่ได้ สุดท้ายแล้วจึงเป็นโรงเรียนหน้าใหม่อย่างโทโอที่ได้ตัวเขาไปร่วมทีม




ทีมที่เน้นความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคนมากกว่าทีมเวิร์ก อาจจะเหมาะกับคนที่คิดว่าตัวเองเก่งที่สุดและไม่เคยคิดจะพึ่งคนอื่นอย่างที่สุดแล้ว




เป็นทีมที่ตรงกันข้ามกับทีมที่เน้นทีมเวิร์กอย่างเซย์รินโดยสิ้นเชิง




“อาโอมิเนะ!?” คางามิที่ได้สติปัดมือคนถือวิสาสะทำตัวสนิทสนมออกโดยทันที สายตาจับจ้องไปยังคู่แข่งสุดร้ายกาจที่เขาเคยพ่ายแพ้มาครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้จะไม่เป็นแบบนั้นแน่ 




“นายมาสาย ไปเปลี่ยนชุดลงสนามได้แล้วอาโอมิเนะ!” อิมะโยชิตวาดใส่ลูกทีมเจ้าปัญหา 




“เห แต่ก็นำอยู่ไม่ใช่เหรอไง” อาโอมิเนะพูดก่อนจะหันไปมองสกอร์บอร์ดที่เหลือเวลาครึ่งแรกอีกแค่ไม่ถึง 2 นาทีเท่านั้น ทว่าโค้ชกลับสั่งให้คนมาสายลงสนามอยู่ดี




‘โทโอเปลี่ยนตัวผู้เล่น’ เสียงประกาศจากข้างสนามทำให้เกมชะงักไปชั่วครู่ 




เด็กหนุ่มผิวแทนยืนอยู่ตรงเส้นข้างสนามเตรียมรอเปลี่ยนตัวอย่างเนือยนาย บางทีอาจจะเพราะเพิ่งมาถึงก็ถูกเรียกลงสนามเลยโดยยังไม่ได้วอร์มอัพ หรือเจ้าตัวอาจจะไม่ได้จริงจังกับการแข่งขันนี้ตั้งแต่ต้นก็เป็นได้




นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่ราวกับจะเบื่อหน่าย ทว่ากลับจ้องมองไปในสนาม ยังจุดที่มีใครคนนึงยืนอยู่




นับตั้งแต่ที่ได้พบกันครั้งสุดท้ายก็ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้ว




ความรู้สึกที่ทั้งโหยหาและก็ชิงชังนี้  




ทั้งคิดถึงและโหยหา ร่างกายที่เคยตระกองกอดไว้แนบกายยังจดจำได้ดี สัมผัสนุ่มนวลที่ยังคงตามมาหลอกหลอนทุกครั้งในความฝัน 




ทั้งโกรธและผิดหวังที่ถูกหักหลัง กับคนที่ทิ้งเขาไปเพื่อไปหาคู่หูคนใหม่ได้อย่างง่ายดายราวกับเรื่องของพวกเขาไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน




อยากจะวิ่งไปคว้ามากอดไว้แล้วไม่ยอมปล่อยให้หนีหายไปจากอ้อมกอดอีกแม้แต่เสี้ยววินาที




“ไง เท็ตสึ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เขาเอ่ยทักตามมารยาทของ ‘เพื่อนเก่า’ ที่ไม่ได้เจอกันนาน ถ้อยคำเพียงเรียบๆไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น 




ร่างเล็กตรงหน้าที่แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยยกเว้นแต่ชุดยูนิฟอร์มที่ดูแล้วแสนน่าหงุดหงิดนั่น สิ่งที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าตอนนี้พวกเขายืนอยู่คนละข้าง และสิ่งที่เคยมีร่วมกันในอดีตนั้นมันจบสิ้นลงไปแล้ว




“ผมจะเอาชนะคุณให้ได้ครับ” คุโรโกะเอ่ย 




“ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดูสิ” อาโอมิเนะยิ้มหยัน 





.
.
.
.
.




ในเวลาเพียงไม่ถึง 2 นาทีอาจจะยังบอกอะไรไม่ได้มากนัก แต่อย่างน้อยก็พอรู้ว่า อาโอมิเนะคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก ได้เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนแล้ว




ความเก่งกาจที่เพิ่มขึ้นจนทาบไม่ติด พรสวรรค์ที่เริ่มเบ่งบานในช่วงเทย์โควยังเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ปรากฏอยู่ต่อหน้า การเคลื่อนไหวที่หลุดพ้นจากขีดจำกัดของมนุษย์ ความรวดเร็วที่แทบจะมองตามไม่ทัน




และเหนืออื่นใด สายตาที่เคยมองเขาอย่างอ่อนโยนและรอยยิ้มที่เคยชื่นชอบเหลือเกินนั้น ได้จางหายไปจนสิ้น




ทั้งที่น่าจะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไป แต่พอได้เห็นคนที่ภายนอกดูคุ้นเคยแต่ภายในกลับไม่ใช่คนที่เขาเคยรู้จักแล้วยิ่งทำให้หัวใจรู้สึกเจ็บแปลบ




“ครึ่งหลังนี้เราจะให้คุโรโกะคุงพักก่อน เข้าใจนะ” โค้ชหันมาสั่งเด็กหนุ่มที่นั่งเงียบมาตั้งแต่พวกเขาเข้ามาในห้องล้อกเกอร์ และทำให้คนที่นั่งเหม่ออยู่นั้นต้องเงยหน้าขึ้นมา




“โค้ชครับ ครึ่งหลังผมก็จะขอลงด้วย" เขารีบขัดทันทีที่โค้ชพูดจบ




“พูดอะไรน่ะคุโรโกะ มิสไดเรกชั่นของนายมันอยู่ไม่ได้ทั้งแมทช์ไม่ใช่หรือไง?” กัปตันทีมถามอย่างประหลาดใจ เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นรุ่นน้องจืดจางผู้นี้ทำตัวดื้อขึ้นมาแบบนี้ ทั้งที่ปกติแทบจะไม่มีความเห็นหรือกลืนไปกับฉากหลังเลยด้วยซ้ำ




ทุกคนในทีมต่างรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับหนึ่งในเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอสโดยที่ไม่มีผู้เล่นอย่างคุโรโกะนั้นเป็นงานที่หินมาก ถ้าเปลี่ยนตัวออกตอนนี้พวกเขาอาจจะยิ่งโดนนำห่างออกไปก็ได้ ทว่าถ้าปล่อยให้เล่นต่ออาจจะทำให้มิสไดเรกชั่นที่เป็นไม้ตายเสื่อมจนใช้งานไม่ได้ 




“ไม่ครับ ยังไงผมก็จะลง” คุโรโกะรั้น นัยน์ตาสีฟ้าโชนแสงกล้าว่ายังไงก็ไม่ยอมถอยแน่ “เพราะผมจะต้องเอาชนะอาโอมิเนะคุงให้ได้”




การแข่งขันที่รอคอยมาตลอด เป้าหมายที่สำคัญที่ทำให้เขาก้าวมาจนถึงจุดนี้ได้ เหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะทำสำเร็จแล้ว เรื่องอะไรจะยอมถูกเปลี่ยนตัวออกกันล่ะ 




ถ้าไม่ได้เอาชนะอาโอมิเนะคุงด้วยบาสเก็ตบอลของเขา ถ้าสุดท้ายแล้วอีกฝ่ายไม่เปลี่ยนไป แล้วจะมีประโยชน์อะไรกันล่ะ 




“คุโรโกะ..” คางามิพูดเสียงเรียบ 




ก่อนจะยัดลูกมะนาวทั้งลูกที่โค้ชทำไว้เข้าปากอีกฝ่ายเต็มๆ





“ให้มันน้อยๆหน่อยเฟ้ย คนที่บอกว่าคนเดียวชนะไม่ได้ก็คือนายไม่ใช่หรือไง หัดเชื่อใจคนอื่นเค้าบ้างสิฟะ” เขาพูดอย่างหงุดหงิด 





ก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าสองคนนั้นมีอดีตต่อกัน แต่ความต้องการที่จะเผชิญหน้ากับอาโอมิเนะของคุโรโกะนั้นดูแตกต่างจากตอนที่เจอกับเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์คนอื่นโดยสิ้นเชิง





คุโรโกะบอกว่ากับอาโอมิเนะเคยเป็นคู่หูกันสมัยเรียนม.ต้น เช่นนั้นก็คงเหมือนกับที่ตอนนี้เป็นคางามิ ถ้าแบบนั้นแล้วทำไมถึงได้อยากจะเอาชนะด้วยตัวเองให้ได้มากมายถึงขนาดนั้น 




นัยน์ตาสีแดงเข้มจับจ้องเขม็ง ถึงเขาไม่ค่อยฉลาดแต่ก็พอจะรู้ว่าต้องมีอะไรมากกว่าที่บอกมาแน่ๆ แต่เจ้า