[KnB Fic] Replay - Chapter 48 [Ao*Kuro]

posted on 15 Feb 2015 16:23 by freyaminnie in Fiction, KnB
 

Title : Replay

Author : freyaminnie

Fandom : Kuroko no Basket

Paring :  Aomine x Kuroko 

Rating : PG-13 

 

 

 

<< Previous | Next >>

 

 

 

48

 
 
 
เพราะเรื่องยุ่งๆที่เกิดเมื่อวานทำให้อาการบาดเจ็บที่ขาที่ควรจะหายดีกลับมากำเริบอีกครั้ง 



คางามิสบถขณะถูกโค้ชสั่งให้ใช้มือเดินต่างเท้าไปเอาน้ำแข็งที่ห้องพยาบาลมาประคบเพื่อบรรเทาอาการ ระหว่างนั้นในหัวก็มีเรื่องรบกวนใจอยู่ตลอดเวลา



“แสงของนายมันริบหรี่เกินไป”



คำพูดที่น่าโมโหแต่กลับเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้



แม้จะเผชิญหน้ากับอดีตเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์มาแล้วถึงสองคน ไม่ว่าจะเป็นคิเสะ หรือมิโดริมะ พวกนั้นล้วนแข็งแกร่ง ยากที่จะเอาชนะได้ แต่เขาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเมื่อทุ่มเทความพยายามต่อให้เป็นอดีตปาฏิหารย์ที่แข็งแกร่งขนาดไหนก็สามารถล้มลงได้



แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกได้ถึงกำแพงที่สูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า คู่ต่อสู้ที่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่อาจก้าวข้ามผ่านไปได้ 



เอสแห่งเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ อาโอมิเนะ ไดกิ



“อย่างนายไม่คู่ควรจะเป็นแสงของเท็ตสึหรอก”



ถ้อยคำและแววตาที่ดูแคลนอย่างไม่คิดปิดบัง น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเหยียดหยามจากผู้ที่เหนือกว่า



ทว่า ในประโยคนั้นกลับแฝงความอาทรไว้เมื่อเอ่ยถึงชื่อของใครอีกคน



‘เท็ตสึ’ 



หมอนั่นเรียกคุโรโกะว่าเท็ตสึแสดงถึงความสนิทสนมมากกว่าเพื่อนทั่วไป จะบอกว่าเป็นเพื่อนร่วมทีมก็อาจจะได้ แต่เขากลับรู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่มากกว่านั้น.... 



“คางามิคุงครับ”



เสียงเรียบๆที่จู่ๆทักมาจากด้านหลังทำเอาสะดุ้งโหยงจนเกือบล้มคะมำหน้าทิ่ม ยิ่งกว่านั้นยังเป็นคนที่เขากำลังนินทา(?)อยู่พอดีด้วย 



“คะ..คุโรโกะ! อย่าโผล่มาเงียบๆสิฟะ!” เขาหันไปโวยใส่คนที่ชอบโผล่มาเงียบๆให้คนอื่นตกใจเล่น 



“ผมเดินตามมาตั้งนานแล้วแต่คางามิคุงไม่รู้ตัวเองต่างหากครับ” คนโดนเอ็ดตอบหน้าตาเฉยก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นพลางเอ่ยถาม “คางามิคุงไปทำอะไรมาเหรอครับ ผมว่าคุณเป็นคนบ้าก็จริง แต่คงไม่ฝืนทำอะไรโดยไร้เหตุผล”  



บางครั้งคางามิก็นึกเกลียดนิสัยที่ราวจะอ่านใจคนได้ของอีกฝ่าย แต่ครั้งนี้มันก็ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้ถามในสิ่งที่ยังคาใจ



“ฉันไปเจอกับอาโอมิเนะมาน่ะ”



ทันทีที่ชื่อของอาโอมิเนะหลุดออกมาจากปาก สีหน้าของคุโรโกะที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดนั้นทำให้เขารู้ว่าตัวเองคิดถูกแล้วจึงรีบถามต่อ



“หมอนั่นบอกว่าเคยเป็นแสงของนาย... ดูเหมือนว่าพวกนายจะไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมทีมธรรมดาแค่นั้นสินะ...” นัยน์ตาสีแดงหรี่ลง จ้องมองคนตัวเล็กกว่าอย่างจับผิด ทำให้อาการสะดุ้งเมื่อหลุดคำถามนั้นออกไปไม่อาจหลุดรอดพ้นสายตาเขาไปได้ 



“ระหว่างนายกับหมอนั่นตอนม.ต้น เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”





 
 
 
- Replay - 
 
 
 
 
 




‘คนที่ชอบบาสน่ะไม่มีใครเป็นคนเลวหรอก นั่นล่ะทฤษฎีของฉันล่ะ’



รอยยิ้มจากเด็กหนุ่มที่ใครๆต่างก็ขนานนามว่าเป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่สามารถเป็นตัวจริงได้ตั้งแต่ปีหนึ่ง แม้สถานะของพวกเขาจะแตกต่าง แต่กลับไม่ถูกแบ่งแยก ลูกบาสกลมๆลูกหนึ่งที่นำพาพวกเขาให้มาพบกัน



‘สักวันนึงเรามายืนอยู่บนสนามด้วยกันนะ เท็ตสึ’



คำสัญญาอีกหนึ่งที่เขายึดมั่น ใช้มันเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองก้าวต่อไป เพราะต้องการที่จะก้าวไปอยู่ในจุดที่เท่าเทียม เพราะต้องการทำในสิ่งที่รัก แม้หนทางข้างหน้าจะยากลำบากเพียงใดก็ตาม



‘ถ้าจะปลดหมอนั่นออกจากทีม ก็ขอให้ปลดผมออกด้วยเถอะครับ!’



มือที่ยื่นเข้ามาช่วยเหลือโดยไม่ได้ร้องขอ แม้จะต้องแลกด้วยตำแหน่งของตัวเอง อาจจะเรียกได้ว่าหวังดีเกินไป หรืออีกฝ่ายอาจจะไม่คิดอะไรเลยก็ได้



‘ทำได้แล้วนะ เท็ตสึ’



จูบแรกที่เกิดขึ้นด้วยความไม่ตั้งใจ หลังจากที่เขาผ่านการทดสอบเข้าทีมหนึ่งได้สำเร็จ เป็นครั้งแรกที่ทำให้เขาคิดว่าบางทีความรู้สึกของตัวเองอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นแค่ฝ่ายเดียว บางทีระหว่างพวกเขาอาจจะมีอะไรที่ลึกซึ้งมากกว่าแค่คำว่า ‘เพื่อน’



‘ไนซ์พาส เท็ตสึ’



กำปั้นที่ยื่นมาสัมผัสนับครั้งไม่ถ้วนยามอยู่ในสนาม ลูกบาสเก็ตบอลที่ถูกส่งต่อไปให้ได้อย่างแม่นยำราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องอยู่ตรงนั้นอย่างแน่นอน ความเชื่อใจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นระหว่างใครๆในทีม 



‘อย่างนายน่ะไม่มีวันเข้าใจหรอก คู่ต่อสู้มีแต่พวกอ่อนแอทั้งนั้น จะซ้อมให้มันเก่งขึ้นไปเพื่ออะไรกันล่ะ’



สัญญาณของบางอย่างที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในความสัมพันธ์ของพวกเขา ทั้งในสนาม และนอกสนาม ทั้งที่รู้แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ เพราะอ่อนแอเกินไป ไร้กำลังเกินกว่าจะแก้ไขสิ่งใดได้



‘คนที่จะเอาชนะฉันได้ มีแต่ตัวฉันเองเท่านั้น’



กำปั้นที่ถูกทิ้งค้างอยู่ในอากาศ ไม่มีอีกแล้วมือที่เคยยื่นมาให้ความช่วยเหลือ ไม่มีรอยยิ้มจริงใจเมื่อเล่นบาส ไม่มีคู่หูแสงและเงาแห่งเทย์โควอีกต่อไป



‘ฉันลืมไปแล้วล่ะ วิธีการรับลูกพาสของนาย..’



ความเย็นเยียบของสายฝนในวันนั้นยังจำได้ดี สีหน้าที่ปวดร้าวของอีกฝ่ายที่มองเห็นยังคงแจ่มชัดอยู่ในสมอง รวมถึงหัวใจของตัวเองที่ราวกับจะแหลกสลายเป็นล้านๆชิ้นไปพร้อมกับคำพูดนั้น



'ฉันชอบนาย เท็ตสึ'



จูบนับร้อยนับพันที่แลกเปลี่ยน อ้อมกอดแข็งแกรงที่ถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่กัน ร่างกายที่เคลื่อนไหวสอดประสาน น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เรียกชื่อเขา นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่จ้องมองมาอย่างเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอาโอมิเนะกับเขาเป็นอะไรกันน่ะเหรอ 



แสงกับเงา? เพื่อนสนิท? 



หรือว่าแค่อดีตคนรัก?



“ถ้ามัวแต่คุยเดี๋ยวจะเสียเวลา เราเดินไปคุยไปก็แล้วกันนะครับ”




.
.
.
.
.



คุโรโกะตัดสินใจเล่าให้คางามิฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตอนม.ต้นระหว่างเขากับอาโอมิเนะ อย่างไรเขาก็รู้สึกว่ามันคงไม่ยุติธรรมที่จะปิดบังอีกฝ่ายไว้แบบนี้ทั้งที่เป็นเขาเองที่ทำให้ทั้งสองคนต้องมาเผชิญหน้ากัน



เพียงแต่ว่า บางอย่างก็ยากจะทำใจเล่าได้ 



เขาจงใจละเรื่องจูบ และเรื่องอื่นๆทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขานอกเหนือจากเรื่องของบาสเก็ตบอล รวมถึงสาเหตุที่แท้จริงที่เขาลาออกจากชมรมบาสเทย์โควด้วย 



“คนที่จะชนะฉันได้มีแต่ฉันเท่านั้นงั้นเรอะ หมอนั่นมันอวดดีจริงๆให้ตายสิ” คางามิพูดหลังฟังสาเหตุแห่งความหยิ่งผยองอันสุดแสนจะน่าหมั่นไส้ของอาโอมิเนะจบ ซึ่งมันไม่ทำให้เขาประหลาดใจเท่าไหร่นัก 



และเรื่องที่ฟังก็ดีพอที่จะทำให้เขาไม่คิดสนใจว่าอีกฝ่ายที่เล่านั้นยังมีความจริงบางอย่างแอบแฝงอยู่ เด็กหนุ่มร่างสูงหันมาส่งกำปั้นให้คู่หูตนอย่างจริงใจ



“งั้นเรามาเอาชนะหมอนั่นให้หน้าหงายซักที เผื่อจะได้สติขึ้นมามั่งไงล่ะ” 



คุโรโกะยื่นมือไปชนหมัดนั้นท่ามกลางความหวังอย่างแท้จริงว่าพวกเขาอาจจะสามารถเอาชนะอาโอมิเนะคุงได้



“ครับ”





.
.
.
.
.



ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขาไม่ได้ประหลาดใจเท่าไหร่ เมื่อพบว่าในลีกชิงชนะเลิศนั้นพวกเขาจะต้องพบกับโทโอเป็นทีมแรกในการแข่งขัน



บางทีตั้งแต่ตอนที่พบโมโมอิซังที่สระว่ายน้ำเขาก็คิดอยู่แล้วว่าผู้จัดการสาวจะต้องรู้อะไร เพราะหล่อนมักจะมีข้อมูลในมือที่มากกว่าคนอื่นๆเสมอ



นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองชื่อของทั้งสองโรงเรียนที่ถูกเขียนไว้ในตารางและวันที่จะต้องมาพบกันอย่างมีความหมาย



คืนก่อนการแข่งขัน คุโรโกะไม่อาจข่มตาหลับลงได้แม้ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม 



แม้จะไม่ต้องคุยกับคางามิคุง แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ในหัวของเขาก็ยังคงมีแต่ภาพของอาโอมิเนะ ภาพของพวกเขาทั้งคู่ยามอยู่ด้วยกันอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเวลาไหน ที่ในสนาม หรือนอกสนาม หรือที่ไหนๆก็ตามถ้อยคำที่เคยให้กำลังใจ เสียงหัวเราะที่เคยมีร่วมกัน ทุกอย่างนั้นเขายังคงจำได้แม่นยำอยู่เสมอ 



เด็กหนุ่มพลิกตัวอีกครั้งพลางมองโทรศัพท์คู่ใจเป็นรอบที่นับไม่ถ้วน ชื่อของคนคนหนึ่งที่ยังคงค้างอยู่ที่หน้าจอรอให้โทรออกไปเพียงแค่กดปุ่มครั้งเดียวเท่านั้น



จะโทรไปให้กำลังใจก็คงจะแปลกไปหน่อยในเมื่ออีกไม่ถึง 24 ชั่วโมงก็จะต้องเผชิญหน้ากันบนสนามแบบนี้



ไม่สิ เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายอยากได้กำลังใจ อยากให้น้ำเสียงอบอุ่นที่เคยกระซิบข้างหูบอกว่า ‘ไม่ต้องเป็นห่วงนะ’ หรือ ‘นายทำได้อยู่แล้ว’ อย่างที่เคยได้ยินอยู่เสมอ



แต่ก็ไม่มีประโยชน์ เขาถอนหายใจก่อนจะพับฝาโทรศัพท์ลงอีกครั้ง แม้ว่าจะเปิดมันขึ้นมาใหม่ในอีกไม่กี่นาทีต่อมาก็ตาม 



ตั้งแต่ที่พวกเขาพูดคุยกันเป็นครั้งสุดท้าย ในการแข่งนัดชิงชนะเลิศระดับม.ต้นที่พวกเขาได้เป็นแชมป์ปีที่สามนั้นก็ผ่านมาเกือบจะครึ่งปีแล้ว 



แผ่นหลังที่เห็นเป็นครั้งสุดท้ายในวันจบการศึกษา แม้จะไม่ได้เจอหน้า แม้จะไม่ได้พบกัน แต่เขารู้ดีว่าความมุ่งมั่นของเขา ไม่เคยสั่นคลอน ไม่อาจสั่นคลอนได้



เพียงแต่ช่วงเวลานี้เท่านั้น ที่เขาอยากจะขออ่อนแอให้ถึงที่สุด ก่อนที่จะต้องเข้มแข็งขึ้นเมื่อแสงตะวันของวันรุ่งขึ้นมาถึง




.
.
.
.




ภายในห้องล็อกเกอร์รูมที่แออัดและเต็มไปด้วยแรงกดดันคาดหวังให้ตัวเองและคนทั้งทีมทำให้ดีที่สุดกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเจอมา



เวลาที่เดินช้าจนน่าอึดอัดมาตั้งแต่เช้าราวกับจะยิ่งช้าลงทุกวินาทีจนแทบจะหยุดนิ่ง 



ที่เขาว่ากันว่ายิ่งเรารอคอยให้ถึงเวลานั้นมากเท่าไหร่ เวลาก็จะยิ่งเดินช้าลงเท่านั้นเห็นท่าจะจริง



และคุโรโกะก็รอคอยเวลานี้มานานเหลือเกิน นับตั้งแต่เขากรอกใบสมัครเลือกโรงเรียนแห่งนี้ เลือกที่จะทำสิ่งนี้ 



ในอดีตนั้นหากเขามีพลังมากพอ เรื่องระหว่างพวกเขามันอาจไม่จำเป็นต้องจบลงแบบนี้ 



ทว่าความจริงก็คือเขาอ่อนแอ เขาไม่สามารถช่วยอาโอมิเนะคุงได้ เขาจึงต้องทำเช่นนี้



การตัดสินใจที่แน่วแน่ การกระทำทุกอย่าง ทุกคนที่ได้พบ ทุกสิ่งที่เลือก ทุกความพยายามเพื่อมาสู่ยังจุดนี้ ที่ที่เขาจะเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายในฐานะคู่ต่อสู้ที่เท่าเทียม พร้อมกับแสงใหม่ที่อยู่เคียงข้าง 



เขาจะต้องเอาชนะอาโอมิเนะให้ได้ เพื่อจะนำคนสำคัญของตนกลับมาอีกครั้ง



เพื่อที่จะนำรอยยิ้มของคนที่เขารักที่สุดกลับคืนมาอีกครั้ง 



“เอาล่ะ ถึงเวลาแล้ว” โค้ชไอดะประกาศกับลูกทีมที่กำลังนั่งหน้าเคร่งเครียด ทุกคนล้วนประหม่าแต่ก็ใจสู้กันเต็มที่ยามที่เดินผ่านประตูออกไปสู่แสงสว่างอันแสบตาของโรงยิมที่กว้างใหญ่
 
 
 
 
 
 
TBC
 
 
 
 
*เผ่นหนีเท้าคนอ่าน แงงง* 

Comment

Comment:

Tweet

แอร๊ สนุกมาก ลุ้นๆๆ

#5 By preawskyy (223.206.180.253|223.206.180.253) on 2015-06-03 19:20

มาต่อให้ยาววววววววววอีกจนจบเลยยยยยย สู้สู้เป็นกำลังใจให้ค่าาาาา
.
.
.
.
ปล. ตกลงจะให้เท็ตสึกับคากามิเป็นแฟนกันไหมแล้วจะให้อาโอมิเนะหึงชิมิ
ปล2 แล้วอาคาชิจะรู้เรื่องไหมโอ๊ยยยยยงงมาต่อทีเถอะพรีสสสสสส

#4 By คนรักYaoi (110.169.200.227|110.169.200.227) on 2015-03-23 09:10

อาโฮ่มิเนะของเราจะกลายเป็นตัวปลากรอบ(?)แล้วค่ะ 555555
 อาโฮ่ก็คืออาโฮ๋วันยันค่ำ /แต่ก็รัก (?)
//รอต่อค่า

#3 By PSRina (101.109.80.65|101.109.80.65) on 2015-03-06 14:06

หื้อออออออ จะเจอกันแร้วววววใมา้เเนาวขวมเ #สติล่ะ


ตื่นเต้นคร้าบบบบ 555 ลุ้นๆๆๆ

แต่ดูคงม.นี่ไม่คิดไรกะน้องนะ หรือเปล่า???

รออ่านต่อคร้าบบบบ

#2 By ๛Aki๛ on 2015-02-28 18:58

มา.........ต่อ.............แล้ว................................
นอนตาย
ฮรืออออออออ
แต่งงนิดหน่อย....น้องดำจะโทรไปหาใครเพื่อขอกำลังใจอะ? คีจัง? มิโดรินปากหนักไม่น่าใช่ แล้วก็ไม่น่าใช่อาโอมิเนะหรือโมโมอิที่กำลังจะแข่งด้วยนะ หรือเป็นคากามิ?....ตาคนนี้พูดดีๆกับคุโรโกะได้ด้วยเร๊อะ? ออกจะซึน 555555+
 
ขอบคุณมากค่ะ แงงงงงง จะรอตอนต่อไปนะคะ
 
ปอลิง....จะกลายเป็นรัก 3 เศร้าข้าวเหนียวนึงไหมคะ ฟ้าดำไฟ เนี๊ยะ 5555+
ตอนนี้คากามิจจิเทนชิดีจัง แหมมมม

#1 By fukaze on 2015-02-16 10:41