[KnB Fic] Replay - Chapter 47 [Ao*Kuro]

posted on 16 Nov 2014 18:46 by freyaminnie in Fiction, KnB
 
 
 
 

Title : Replay

Author : freyaminnie

Fandom : Kuroko no Basket

Paring :  Aomine x Kuroko 

Rating : PG-13 

 

 

 

<< Previous | Next >>

 

 

 

47

 

 

‘ผมจะช่วยให้คุณเอาชนะเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ให้ได้’




คำพูดที่ได้ยินจากปากร่างเล็กที่เพิ่งพบกันเป็นวันแรกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย




เพราะว่าอยู่อเมริกามาตลอด ทำให้เขาเพิ่งจะเคยได้ยินชื่อของเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์เป็นครั้งแรกเมื่อกลับมาเรียนที่เซย์ริน ถ้อยคำที่กล่าวขวัญถึงความเก่งกาจจนเหนือคนธรรมดา แถมยังชื่อเรียกขานที่แสนจะเหลือเชื่อนั่นอีก บอกตามตรงว่าตั้งแต่ได้ยินครั้งแรกเขารู้สึกว่ามันช่างโม้สิ้นดี ที่ทุกคนต่างออกปากว่าพวกนั้นเก่งจนเทียบไม่ได้น่าจะเป็นเพราะมาตรฐานบาสเก็ตบอลมัธยมของญี่ปุ่นมันต่ำเตี้ยติดดินต่างหาก




‘ผมจะทำให้คุณเป็นหนึ่งในญี่ปุ่น’ 




แล้วยังเด็กหนุ่มตัวเล็กท่าทางอ่อนแอที่มาบอกเขาว่าจะช่วยให้เขาเป็นหนึ่งในญี่ปุ่น ทั้งที่ตัวเองกลับเล่นบาสได้ห่วยแตกยิ่งกว่ามือสมัครเล่นซะอีก ยิ่งทำให้เขาคิดว่าพวกปาฏิหาริย์อะไรเนี่ยคงมีดีแต่ชื่อซะมากกว่า




จนกระทั่งได้เผชิญหน้ากันถึงได้รู้ ว่าชื่อ ‘เจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์’ นั้นไม่ได้มากันง่ายๆ 




ไม่ว่าจะเป็นคิเสะ หรือมิโดริมะ ต่างก็มีความสามารถที่เก่งกาจเกินกว่าคนธรรมดาไปอีกขั้น 




และถึงจะไม่อยากยอมรับก็เถอะ แต่ถ้าไม่เพราะคนตัวเล็กที่เขาเคยสบประมาทไว้เมื่อคราวที่พบกันครั้งแรก ก็ยังไม่รู้ว่าจะสามารถเอาชนะทั้งสองคนนั้นได้รึเปล่าด้วยซ้ำ





และการที่คุโรโกะ เท็ตสึยะ หนุ่มน้อยจืดจางที่สกิลแทบจะเป็นศูนย์กลับเคยเป็นหนึ่งในทีมเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ที่ว่า ก็นำมาซึ่งความประหลาดใจให้เขาไม่น้อย




ในตอนแรกเขาเองก็ไม่เชื่อ จนกระทั่งได้เห็นปฏิกิริยาของคิเสะ ในวันที่หมอนั่นมาเยือนเซย์ริน ที่ถึงกับขอตัวคุโรโกะไปอยู่กับทีมของตัวเองดื้อๆ (แม้จะโดนปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยก็เถอะ)




และมิโดริมะ ที่แม้ปากจะบอกว่าไม่สนใจแต่กลับมีท่าทีที่แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจเลือกทีมเซย์รินของคุโรโกะ 




ทำให้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าอดีตเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ที่น่าทึ่งทั้งสองคนนั้น ต่างยอมรับในตัวและความสามารถของผู้เล่นที่เป็นเหมือนกับเงาของพวกเขา




แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น คุโรโกะกลับมีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะเอาชนะอดีตเพื่อนร่วมทีมให้ได้ ทำให้พาลสงสัยเหลือเกินว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกบ้านี่สมัยม.ต้นกันแน่  




และตอนนี้ หนึ่งในเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ที่ว่านั่นก็มาปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีก ด้วยท่าทีที่โอหังไม่ต่างจากอีกสองคนก่อนหน้า คนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเอสแห่งเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ คนที่มิโดริมะเคยบอกว่าเก่งกาจมากที่สุด




“นายเองเรอะอาโอมิเนะ”  คางามิมองเด็กหนุ่มผิวแทนตรงหน้าด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์เล็กน้อย




“เลิกถามน่ารำคาญได้แล้วน่า ฉันแค่อยากรู้ฝีมือของนาย ไม่ได้จะดวลอะไรหรอกนะ เพราะยังไงคนที่จะเอาชนะฉันได้มันก็ไม่มีอยู่แล้ว” นัยน์ตาสีน้ำเงินคมปลาบมองมาอย่างดูถูกไม่แพ้กับคำพูดอวดดีนั่น




“ก็แค่อยากรู้ว่านายจะพอทำให้ฉันแก้เซ็งได้แค่ไหนเท่านั้นแหละ”   




เส้นเลือดที่ขมับของคางามิแทบจะระเบิดกับคำท้าทาย เขาแสยะยิ้มรับคำนั้นอย่างไม่หวั่นเกรง 




“เหอะ แกนี่มันกวนโมโหชะมัด รับรองฉันจะอัดแกให้เละเลยคอยดู!”





.
.
.
.
.
.




ในสนามสตรีทบาสที่อยู่ไม่ไกลจากโรงยิมมากนัก การเผชิญกันนอกรอบระหว่างเอสของทั้งสองทีมที่กำลังจะเจอกันในลีกชิงชนะเลิศราวกับจะเป็นการประกาศผลถึงผู้ชนะในการแข่งที่จะมาถึงได้อย่างกลายๆ




เด็กหนุ่มผมแดงยืนหอบเหนื่อยจนแทบจะพยุงตัวไม่ขึ้น ขาข้างที่เจ็บอยู่จากการแข่งนัดก่อนเป็นตัวถ่วงการเคลื่อนไหวก็จริง แต่ถึงจะอยู่ในสภาพร่างกายพร้อม เขาก็ไม่คิดว่าจะสามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้




ร่างสูงผิวแทนยืนจังก้า สายตาสีน้ำเงินเข้มมองลงมาอย่างดูถูกและผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง




“นี่นายเอาชนะมิโดริมะกับคิเสะมาได้จริงๆเหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อเลย” น้ำเสียงทุ้มกล่าวเย้ยหยัน “อ้อ จริงสิ ตอนนั้นมีเท็ตสึอยู่ด้วยนี่นะ”




สภาพของคนตรงหน้าทำให้เขารู้สึกสมเพช




หมอนี่น่ะเหรอที่จะมาเป็นแสงของเท็ตสึ น่าขำสิ้นดี 




“เท็ตสึน่ะคือเงา ยิ่งแสงสว่างมากเท่าไหร่เงาก็ยิ่งเข้มมากเท่านั้น อย่างนายน่ะดึงความสามารถของหมอนั่นออกมาไม่ได้หรอก”




นี่น่ะเหรอ ‘แสง’ ที่นายเลือกน่ะ เท็ตสึ 




มือใหญ่เดาะลูกด้วยความแรงมากกว่าปกติอย่างไม่สบอารมณ์เลยซักนิด เขาเบื่อที่จะเล่นเกมนี้แล้ว หมอนี่ไม่ได้มีอะไรคู่ควรกับเท็ตสึ.. คู่ควรที่เขาจะต่อสู้ด้วยเลยแม้แต่น้อย




ร่างสูงโปร่งขยับตัว แล้วเพียงชั่วพริบตาก็เลี้ยงลูกบาสผ่านไปได้อย่างรวดเร็วคางามิไม่อาจจะขยับตัวเพื่อป้องกันหรือโต้กลับได้ ราวกับสายลมวูบเดียวที่พาดผ่านไป ทิ้งไว้เพียงคำพูดถากถาง




“แสงของนายน่ะ มันริบหรี่เกินไป”




ลูกบาสลูกสุดท้ายถูกชู้ตลงห่วง ก่อนผู้เป็นฝ่ายกำชัยชนะจะเดินจากไปโดยไม่เสียเหงื่อเลยซักนิด ทิ้งให้คนที่พ่ายแพ้นั่งหมดสิ้นทั้งแรงและกำลังใจอยู่ที่พื้นสนามเมื่อรู้ว่าตนไม่อาจสู้ได้เลย




เอสแห่งเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ อาโอมิเนะ ไดกิ แข็งแกร่งจนไม่รู้สึกว่าจะเอาชนะได้เลย





.
.
.
.
.
.




“โมโมอิซัง ตอนนี้อาโอมิเนะคุง.. เป็นยังไงบ้างเหรอครับ” คุโรโกะเอ่ยถาม โมโมอิแอบยิ้มให้คนข้างตัวเพราะรู้ดีว่าคำถามนั้นมีความหมายมากกว่าจะแค่ถามสารทุกข์สุขดิบธรรมดา 




“ตาบ้านั่นก็ยังเหมือนเดิม การเรียนไม่เอาอ่าวจนจะตกแหล่ไม่ตกแหล่ ชอบโดดไปแอบหลับบนดาดฟ้า พูดก็ไม่ค่อยฟัง แถมมาซ้อมก็ไม่ค่อยจะมา...” เด็กสาวชะงักเล็กน้อย 




“แต่หมอนั่น..ก็ยังแข่งชนะทุกทีนั่นแหละ” 




“นั่นสินะครับ” อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรไปมากกว่านั้นแล้วก็ก้มหน้าทำท่าคิดมากอยู่คนเดียว ความเงียบที่แฝงมาทำให้โมโมอิอดทนไม่ไหว จึงหลุดปากถามเรื่องที่อยากรู้และไม่แน่ใจมาตลอดออกไป




“เท็ตสึคุง ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อใจเท็ตสึคุงหรอกนะ แต่วิธีนี้น่ะมันจะได้ผลจริงๆเหรอ ในเมื่อ..”  โมโมอิพูดเสียงสั่นอย่างไม่มั่นใจและเจ็บปวดกับความจริงที่ว่า




“ในเมื่ออาโอมิเนะคุงน่ะ.. ฉันยังไม่เคยเห็นเขาแพ้ใครซักครั้งเลยนี่นา..” 




นับตั้งแต่พรสวรรค์ของอาโอมิเนะ ไดกิเบ่งบาน ก็ไม่เคยมีใครเอาชนะเขาได้อีก แม้กระทั่งผู้เล่นที่เก่งกาจที่สุดของทีมฝ่ายตรงกันข้ามทีมไหน ก็ไม่อาจทำให้แม้แต่จะเอาจริงได้เลยด้วยซ้ำ 




“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ โมโมอิซัง เพราะผมสัญญากับโมโมอิซังไว้แล้วว่าจะต้องเอาชนะอาโอมิเนะคุงให้ได้” เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ใบหน้าเรียบเฉยนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนที่จ้องมองมานั้นไม่มีความหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยแม้จะต้องเผชิญหน้ากับอดีตคนที่สำคัญที่สุด




“ผมเองรู้ดีว่าเขาเก่งขนาดไหน แต่ว่า ผมก็ไม่ได้สู้คนเดียวซักหน่อยนี่ครับ”




หรือต่อให้เหลือตัวคนเดียวเขาก็จะยังไม่ยอมแพ้จนกว่าจะเอาชนะอาโอมิเนะคุงแล้วนำรอยยิ้มอันแสนสำคัญนั้นกลับคืนมาให้ได้ 




คุโรโกะสาบานกับตัวเองไว้เช่นนั้นตั้งแต่วันที่เขาตัดสินใจกลับมาเล่นบาสอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจไม่ตามอดีตคนรักไปเรียนที่โรงเรียนม.ปลายด้วยกัน แต่เลือกที่จะเข้าเรียนที่เซย์รินเพื่อได้กลับมายืนหยัดต่อหน้าอีกครั้งในฐานะคู่แข่งแทน




“จริงด้วยสินะ เท็ตสึคุง” โมโมอิยิ้ม “ถ้างั้นก็ ฉันจะรอเจอกันในลีกชิงชนะเลิศนะ”




“โชคดีนะครับ โมโมอิซัง” คุโรโกะพยักหน้ารับ ก่อนจะมองส่งเด็กสาวเรือนผมสีชมพูที่เดินจากไป





.
.
.
.
.





โมโมอิ ซัทสึกิเดินฮัมเพลงอย่างมีความสุขเนื่องจากเพิ่งได้พบกับเท็ตสึคุงสุดที่รักของเธอมาหลังจากไม่ได้เจอกันเกือบครึ่งปี  เด็กหนุ่มร่างบางดูภายนอกแทบไม่แตกต่างไปจากตอนที่พบกันครั้งสุดท้าย ทว่าเธอกลับรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่แตกต่างออกไป แม้จะอ่านความคิดของอีกฝ่ายไม่ค่อยออกเท่าไหร่ก็เถอะ ซึ่งจุดนั้นเองที่ทำให้เธอยิ่งชอบอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก




แต่ความสุขนั้นก็ช่างแสนสั้นเมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคยยืนอยู่ตรงหน้า คนเดียวกับที่เมื่อเช้าเธอเพิ่งประกาศห้ามเจ้าตัวไม่ให้โผล่ไปหาผู้เล่นเซย์ริน คนที่เธอเพิ่งจะนินทามาหมาดๆนั่นแหละ




“อาโอมิเนะคุง!? มาทำอะไรที่นี่เนี่ย?” โมโมอิแหว




“หา? ก็มาเจอคนชื่อคางามิไงล่ะ” 



“อะไรนะ!? ฉันอุส่าห์ย้ำแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามน่ะ แถมเขายังเจ็บอยู่..”




“ถึงจะเจ็บอยู่หรือเปล่าก็ไม่เกี่ยวหรอกน่า หมอนั่นน่ะ อ่อนเสียจนน่าสมเพช”




คนผิวแทนแคะหูประหนึ่งว่าเสียงแปดหลอดของเจ้าหล่อนทำเอาขี้หูเขาไปกองรวมกันหมด ก่อนจะทำหน้าเซ็งใส่





“แบบนี้น่ะ ไม่มีค่าแม้แต่จะให้เป็นคู่ต่อสู้ด้วยซ้ำ”





อาโอมิเนะปล่อยให้เพื่อนสมัยเด็กแหวใส่อย่างหงุดหงิดแล้วเลือกที่จะเดินหันหลังหนีไปแทนที่จะตอบโต้ ตอนนี้เขายังไม่มีอารมณ์จะมาอธิบายเหตุผลอะไรทั้งนั้น เพราะความขุ่นมัวที่อยู่ในใจตั้งแต่เมื่อกี้





เขามาที่นี่ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เห็นฝีมือของคู่หูใหม่ของเท็ตสึว่าอีกฝ่ายจะเก่งซักแค่ไหนถึงได้ถูกเลือกจากคนที่เคยเป็นเงาของเขามาก่อน เขาไม่หวังหรอกว่าอีกฝ่ายจะเก่งกาจขนาดเอาชนะเขาได้ แต่อย่างน้อยก็ต้องทำให้รู้สึกสนุกได้บ้างไม่มากก็น้อย




ทว่า คางามิ ไทกะกลับอ่อนแอเสียจนไม่มีวันเข้าใกล้กับการที่จะท้าทายเขาได้เลยด้วยซ้ำ





ใช่ เขาผิดหวัง ผิดหวังที่หมอนั่นไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ดีพอ ผิดหวังที่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครที่จะเอาชนะเขาได้ 





คนที่จะเอาชนะเขาได้ มีแต่ตัวเขาคนเดียวเท่านั้น





แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจเขามากที่สุดแม้ว่าตัวเองจะปฏิเสธที่จะยอมรับก็คือ ถึงจะอ่อนแอมากแค่ไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อีกว่าหมอนั่นคือคนที่เท็ตสึเลือกให้มาแทนที่เขา




เท็ตสึที่ทิ้งเขาไปอย่างไร้เยื่อใยในเวลาที่เขาต้องการอีกฝ่ายมากที่สุด แล้วกลับมาพร้อมกับผู้ชายคนใหม่ แถมยังอยู่ในฐานะศัตรูเหมือนกับคนที่ไม่เคยมีอะไรกันมาก่อน





เหมือนกับเรื่องตลอดสามปีที่ผ่านมานั้นไม่เคยเกิดขึ้น ทั้งความรัก ความผูกพัน ความรู้สึกที่มี ทุกสิ่งระหว่างพวกเขาทั้งคู่




คิดๆไปแล้วมันก็น่าหัวเราะจริงๆนั่นแหละ




“ฮ่ะๆ” 





เด็กหนุ่มแค่นหัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ใดๆทั้งสิ้น 





นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว แต่เขายังเอาแต่คิดถึงเรื่องของเท็ตสึ ทั้งที่คอยบอกตัวเองเสมอว่าให้ลืมๆมันไปซะ 




ลืมร่างบอบบางที่เข้ากับอ้อมแขนของเขาได้อย่างพอดิบพอดีในเวลาที่โอบกอด ลืมเรือนผมสีฟ้านุ่มสลวยที่อยู่ในระดับที่พอเหมาะให้ก้มลงไปดมกลิ่นหอมๆนั่นได้พอดี 




อีกทั้งดวงตากลมโตสีฟ้าที่เคยจ้องมองมาที่เขาด้วยความชื่นชม ความเข้าใจ และความรัก เหมือนเขาเป็นเพียงคนเดียวที่สำคัญที่สุดในโลก




ตอนนี้เขาคงเหมือนคนบ้า แทนที่จะลืมกลับยิ่งจำเรื่องของอีกฝ่ายได้มากกว่าเดิมเสียอีก 




เด็กหนุ่มผิวแทนสบถตัวเองอย่างหัวเสีย แล้วตัดสินใจว่าจะกลับไปเอาหนังสือเล่มใหม่ของไมจังที่ชมรมมาอ่านให้หายฟุ้งซ่านจะดีกว่า 
 
 
 
 
 
 

TBC

 

 

 

 

Talk :
 
 
อาโฮ่มิเนะ... ไอ้ซึนเอ๊ย
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สนุกมากอะ ขอบคุณนะคะ  surprised smile surprised smile

#4 By preawskyy (223.206.180.253|223.206.180.253) on 2015-06-03 19:18

ขอสนับสนุน #1 อีกเสียงได้ไหม5555 (แหม่!!)

เท็ตสึที่ทิ้งเขาไปอย่างไร้เยื่อใยในเวลาที่เขาต้องการอีกฝ่ายมากที่สุด <<< ใครทำร้ายใครก่อนห้ะ พูดให้ดี

รอวันฟ้าดำเขากลับมาเจอกัน ใกล้แร้วๆๆๆ >_<,,

รออ่านต่อคร้าบบบ

#3 By ๛Aki๛ on 2014-11-22 17:03

โฮ่คะ เมื่อไหร่จะเลิกซึนซักที//ถถถถถ
นายไม่รู้เลยหรือว่าที่น้องทุ่มเททำทุกอย่างก็เพื่อนายทั้งนั้นแหละ//จริงจังมาก 
ลุ้นต่อไปว่าพระเอก(ที่จะกลายเป็นตัวประกอบอยู่ละ)จะหายโฮ่เมื่อไหร่5555

#2 By Fame Fujoshi on 2014-11-16 21:23

อยากให้อาโฮ่หึงโหดตบจูบ /(///)/ #เดี๋ยวนะแกเม้นต์อะไร แฮกๆๆๆ รอตอนต่อไปอยู่นะคะ!! อพช้แค่ไหนก็จะรอค่ะ!!

#1 By disabled papayamom on 2014-11-16 19:47