[KnB Fic] Replay - Chapter 46 [Ao*Kuro]

posted on 01 Nov 2014 11:35 by freyaminnie in Fiction, KnB
 
 
 
 

Title : Replay

Author : freyaminnie

Fandom : Kuroko no Basket

Paring :  Aomine x Kuroko 

Rating : PG-13 

 

 

 

<< Previous | Next >>

 

 

 

46

 

 

เสียงสายฝน กลิ่น และความชื้นที่รู้สึกได้ มือเรียวยกขึ้นมาทว่ากลับไม่มีหยดน้ำลงมาแม้แต่หยดเดียว แถมยังไม่เปียก




ฝนที่ตก มีเพียงภาพเบื้องหน้าเขาเท่านั้น ภาพเบื้องหน้าที่แสนคุ้นเคย ยังคงติดแน่นอยู่ในความทรงจำแม้แต่ยามหลับใหล




‘ฉันลืมมันไปหมดแล้ว วิธีรับลูกพาสของนาย’




ประโยคที่ราวกับจะขาดใจ กับเสียงสะอื้น และสายฝนที่เปียกปอนในวันนั้น




ตัวเขาในอดีต กำลังทรุดกายลงอย่างหมดเรี่ยวแรง กอดตัวเองด้วยแขนทั้งสองที่สั่นเทาไม่แพ้กับร่างกายส่วนอื่นๆ ไม่ใช่เพราะหนาว หรือเพราะฝน แต่เพราะบางสิ่งบางอย่างที่ได้แตกสลายลง ณ ที่ตรงนั้น




มือที่เอื้อมออกไปเพื่อจะปลอบโยนตัวเองในอดีต แต่ยังไม่ทันจะได้สัมผัส รอบกายก็พลันเปลี่ยนเป็นความมืดราวกับถูกปิดสวิตช์เอาดื้อๆ




แล้วจู่ๆ ก็มีแสงปรากฏให้เห็นทางหางตา เหมือนกับในฝันคราวก่อนอีกครั้ง




ฝันสองครั้งนี่ มันมาเกี่ยวข้องกันได้ยังไงกันนะ




เด็กหนุ่มได้แต่สงสัย แต่ก็ก้าวเท้าตามแหล่งกำเนิดแสงที่อยู่ไกลลิบนั่นออกไป เพียงเพราะครั้งก่อน ก็ยังไม่ได้คำตอบ ว่าแสงที่เห็น ว่าแผ่นหลังที่เห็นอยู่นั้น




‘ตื๊ดๆๆๆๆ’




เสียงของนาฬิกาปลุกเจ้ากรรมดังขัดจังหวะในช่วงที่สำคัญที่สุดพอดิบพอดีจนต้องสะดุ้งตื่น จนคุโรโกะเริ่มคิดแล้วว่าบางทีเขาอาจจะต้องเลิกใช้นาฬิกาปลุกนี่สักพัก




นัยน์ตาสีฟ้าหันไปมองค้อนใส่เจ้าเครื่องมือบอกเวลาที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างไม่พอใจอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะเริ่มใช้ประโยชน์อีกอย่างที่นาฬิกาพึงจะทำ นั่นคือการบอกเวลา




เข็มยาวชี้ที่เลขสิบสอง ไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่เข็มสั้นชี้ที่เลขแปดพอดิบพอดีนี่มัน..




แปดโมงแล้ว!!!




ร่างโปร่งผุดลุกขึ้นจากเตียงแทบไม่ทันราวกับมีหนามไล่แทงก็ไม่ปาน ก่อนจะรีบพุ่งเข้าห้องอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวแล้วออกจากบ้านไปด้วยความเร็วจนราวกับเงา




ถึงวันนี้จะไม่มีเรียนแต่ชมรมบาสเก็ตบอลก็ยังคงมีซ้อมตามเดิม และถ้าใครก็ตามกล้าที่จะไปสายล่ะก็ โค้ชจะต้องไม่ปรานีเขาแน่ๆ!





.
.
.
.
.





วันนี้โค้ชไอดะ ริโกะให้เปลี่ยนสถานที่ซ้อมมาเป็นสระว่ายน้ำในสปอร์ทคอมเพล็กซ์แทนในโรงยิม ซึ่งเป็นอะไรที่พวกเขาไม่คุ้นชินเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อการเคลื่อนไหวในน้ำนั้นมีแรงต้านมากกว่าในอากาศ ทำให้ยิ่งสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า




สำหรับคุโรโกะที่ความอึดมีน้อยกว่าใครเพื่อนอยู่แล้วจึงแทบจะสลบไปคาสระน้ำเลยทีเดียว




วันนี้คางามิคุงก็ไม่อยู่ เนื่องจากโดนโค้ชสั่งให้หยุดซ้อมจนกว่าเท้าที่บาดเจ็บในการแข่งกับชูโตคุจะหายดีเสียก่อน




แต่จากการเป็นคู่หูกันมาได้สักพักทำให้เขาพอรู้ว่า มนุษย์ที่บ้าบาสเก็ตบอลและเลือดร้อนขนาดนั้นคงไม่มีทางอยู่เฉยๆตามที่สั่งแน่นอน




อืม..คนที่บ้าบาสเก็ตบอลและเลือดร้อนขนาดนั้น..... 




เหมือนกับอาโอมิเนะไม่มีผิด 




คุโรโกะถอนหายใจ เป็นเพราะฝันเมื่อเช้าแน่ๆที่ทำให้เขาเอาแต่คิดถึงอดีตคู่หูของตนแทบจะตลอดเวลา ไม่สิ บางทีเขาอาจจะต้องยอมรับว่า เขาไม่เคยหยุดคิดถึงเรื่องของอาโอมิเนะได้แม้ซักครั้งต่างหาก




ตั้งแต่วันนั้นที่เขาลาออกจากชมรมบาสเทย์โคและตัดสินใจว่าจะไม่พบอดีตคนรักอีกเป็นครั้งที่สอง จนกระทั่งถึงตอนที่ตั้งใจว่าจะนำกลับมาเล่นบาสเพื่อให้ ‘เขา’ คนเดิมกลับคืนมาด้วยการเลือกเข้าเรียนที่เซย์ริน ทำให้ยังไม่เคยได้เจอกับร่างสูงผิวแทนเลยแม้แต่ครั้งเดียว 




“กำลังซ้อมกันอยู่เหรอจ๊ะ?” เสียงหวานใสที่คุ้นเคยถามขึ้นจากริมสระเมื่อพวกเขาได้รับคำสั่งให้พักหนึ่งนาทีได้ สมาชิกชมรมบาสเซรินทุกคนต่างประหลาดใจกับสาวสวยแปลกหน้าที่จู่ๆก็เข้ามารบกวนการซ้อมอย่างไม่ได้รับเชิญ




อา... คิดแล้วเชียวว่าความฝันนั้นต้องเป็นลางบอกเหตุอะไรซักอย่าง 




โมโมอิ ซัทสึกิยิ้มให้พวกเขาอย่างมีเลศนัยแล้วเอ่ยแนะนำตัวเองอย่างสุภาพ “อา ฉันลืมแนะนำตัวเองไปเลย ฉันเป็นแฟนของเท็ตสึคุงจ้ะ ฉันทนรอให้ถึงรอบสุดท้ายไม่ไหวก็เลยต้องมานี่แหละ” 




“เท็ตสึคุง หรือว่า...?”




“ก็ คุโรโกะ เท็ตสึยะคุงไงล่ะคะ” 




“เอ๋?????????!” 




“อ๊ะ เท็ตสึคุง! ไม่เจอกันตั้งนาน คิดถึงจังเลยย!”




ทันทีที่สาวน้อยผมสีชมพูแลเห็นร่างของคนที่หล่อนตามหาก็พุ่งเข้ากอดในทันทีอย่างไม่รีรอ




“โมโมอิซัง ผมอึดอัดนะครับ” คุโรโกะพยายามประท้วงเมื่อถูกกอดรัดแน่นด้วยอ้อมแขนของสาวน้อยและทรวงอกอิ่มที่เบียดบังการหายใจจนแทบจะขาดออกซิเจน ครั้นจะใช้ความรุนแรงเหมือนกับคราวคิเสะคุงก็ดูจะไม่เข้าท่าเพราะอีก



ฝ่ายเป็นสุภาพสตรี จึงได้แต่ยอมทนให้กอดจนพอใจ หรือไม่ก็จนกว่าเขาจะขาดอากาศหายใจตายไปเสียก่อน 




ภาพของสองหนุ่มสาว(?)ที่กำลังพรอดรักกันทำให้ไฟอิจฉาในตาของบรรดาหนุ่มๆเซย์รินลุกพรึ่บกันเป็นแถบๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหญิงสาวแปลกหน้าทรงเสน่ห์อย่างเห็นได้ชัดแต่กลับไปชอบเด็กหนุ่มจืดจางธรรมดาอย่างคุโรโกะเสียนี่




คุโรโกะลอบถอนหายใจแม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉยเช่นปกติ เมื่อรู้สึกถึงความยุ่งยากที่จะตามมา และเวลาที่ต้องใช้ในการแก้ไขความเข้าใจผิดของเพื่อนร่วมทีม และอดีตผู้จัดการทีมของตน





.
.
.
.
.





หลังจากความวุ่นวายอย่างย่อมๆผ่านไปด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดที่ไล่ให้พวกหนุ่มๆทั้งหมดไปพักเป็นเวลาสิบนาทีราวกับจะเปิดโอกาสให้คู่รักเก่า(?)ได้ปรับความเข้าใจกันและกันบรรดาก้างขวางคอออกไป แม้จะไม่เต็มใจอย่างที่สุดแต่แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าขัดแม้ซักคน




โดยเฉพาะหลังจากที่เจ้าหล่อนขู่จะลงโทษด้วยการเพิ่มตารางซ้อมจากสามเท่าเป็นสี่เท่าหลังถูกจับได้ว่าแอบมองหน้าอกของผู้จัดการสาวทีมโทโอนั่นล่ะนะ




“โรงเรียนนี้ คึกคักดีอย่างที่คิดไว้จริงๆเนอะ” เด็กสาวเอ่ยพลางกลั้วหัวเราะหลังจากที่ทั้งสองนั่งเงียบกันไปชั่วครู่หนึ่ง 




นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนของเท็ตสึคุงยังคงว่างเปล่าอ่านอะไรไม่ค่อยออกตามเคย คงเป็นเพราะอีกฝ่ายที่มีงานอดิเรกในการช่างสังเกตเป็นอะไรที่คล้ายคลึงกับทักษะของเธอ ทำให้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เคยอ่านคนคนนี้ได้สักที




ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอชอบคนคนนี้จริงๆ




“ว่าไปแล้วก็น่าเสียดาย ฉันเองก็อยากเรียนที่เดียวกับเท็ตสึคุงเหมือนกันน้า” น้ำเสียงหวานกล่าวอย่างออดอ้อน ทว่าใจความของประโยคนั้นกลับทำให้คนข้างตัวชะงักไปชั่ววูบอย่างสำนึกผิด




“ขอโทษด้วยนะครับ โมโมอิซัง เป็นเพราะผมขอร้องแท้ๆ..” 




“เอ๋? เท็ตสึคุงจะขอโทษทำไมล่ะ!?”




“ก็เพราะผมขอร้องไปแบบนั้น ทำให้โมโมอิซังต้องลำบากใจ ขอโทษด้วยจริงๆนะครับ”




“บ้าจังเท็ตสึคุงเนี่ย จนป่านนี้แล้วยังคิดมากอีกเหรอ”





.
.
.
.
.
.




ในฤดูใบไม้ผลิช่วงมัธยมต้นปีที่สาม อีกไม่นานก็จะเข้าสู่ช่วงจบการศึกษา และต้องเข้าเรียนต่อม.ปลาย นักเรียนหลายๆคนต่างก็มีเป้าหมายที่จะเรียนต่อกันแล้ว บางคนก็สอบโควต้า บางคนก็เลือกที่จะใช้โควต้านักกีฬาในการเข้าเรียน บางคนก็ยังคิดไม่ตกว่าจะเรียนที่ไหนถึงจะเหมาะกับตัวเอง




“เท็ตสึคุง! ได้ข่าวว่าเธอเลือกที่จะเรียนต่อม.ปลายที่เซย์รินเหรอ?” เด็กสาวผมสีชมพูร้องเรียกคนตรงหน้าเสียงดัง ร่างบางหอบเล็กน้อยหลังจากที่รีบวิ่งไล่ตามมาก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ทันหายตัวไปซะก่อน 




“รู้เร็วเสมอ สมเป็นโมโมอิซังเลยนะครับ” คุโรโกะหันมาด้วยแววตาที่ยากจะบอกได้ว่าจนมุมจริงๆหรือตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้อยู่แล้วกันแน่




“ทำไมกันล่ะ ทั้งที่ชมรมบาสที่นั่นก็ไม่ได้โด่งดังหรือเก่งอะไรแท้ๆ หรือว่าเท็ตสึคุงจะเลิกเล่นบาสเก็ตบอลจริงๆน่ะ” โมโมอิถาม




“ไม่หรอกครับ ถ้าเป็นที่นั่น ไม่สิ เพราะเป็นที่เซย์รินเนี่ยแหละที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองยังมีโอกาสที่จะทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จได้” เขาหยุดชั่วครู่ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ยังโรงยิมที่แสนคุ้นเคย ที่เขาแทบจะไม่เคยก้าวเข้าไปอีกเลยหลังจากเหตุการณ์ในนัดชิงชนะเลิศวันนั้น 




“ไม่เกี่ยวกับว่าเก่งกาจหรือชื่อดังแค่ไหน หรือต่อให้ต้องอยู่ตัวคนเดียวผมก็จะไม่มีวันยอมแพ้จนกว่าจะเอาชนะทุกคนได้ และเพราะเป็นคนพวกนั้นที่ผมเห็นจะต้องทำให้ทุกคนเห็นบาสเก็ตบอลในแบบของผมได้แน่ๆ”




ภาพของทีมบาสเก็ตบอลในเสื้อสีขาวแถบแดงในวันนั้นยังคงติดตา ภาพของทุกๆคนที่ยิ้มแย้มอยู่ในสนามร่วมกัน สิ่งที่เรียกได้อย่างเต็มปากว่าเป็น ‘ทีม’ 




สิ่งที่พวกเขาสูญเสียไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และมันยากที่จะเอากลับคืนมาได้ถ้าหากไม่พร้อมจะทุ่มสุดตัวแล้วเดิมพันทุกอย่างล่ะก็




“ถะ..ถ้างั้น ฉันจะไปเป็นผู้จัดการที่เซย์รินด้วย! จะได้ช่วยเท็ตสึคุงแล้วเราก็จะได้อยู่กันสองต่อสองโดยไม่มีพวกบ้ามาคอยกวนด้วยไงล่ะ!” โมโมอิพูดอย่างตื่นเต้น ทว่าคุโรโกะกลับขัดขึ้น




“โมโมอิซัง..ไม่ได้นะครับ” 




“ไม่เอา ไม่ว่าเท็ตสึคุงจะพูดยังไงฉันก็ไม่ยอมถอยหรอก!”




นัยน์ตาสีชมพูคู่สวยมุ่งมั่น คุโรโกะรู้ดีว่าผู้จัดการสาวเองก็อยากจะช่วยเขาอย่างจริงจัง อีกทั้งความสามารถของเธอหากได้มาเป็นพวกล่ะก็นับว่ามีประโยชน์มาก ทว่า




“โมโมอิซัง ผมอยากให้คุณช่วยไปเรียนที่เดียวกับอาโอมิเนะคุงได้ไหมครับ?” 




“เอ๋?? ทำไมล่ะ หรือว่าเท็ตสึคุงไม่อยากให้ฉันไปด้วย เกลียดฉันแล้วเหรอ ฮึก..”




“ไม่ใช่แบบนั้นครับ” เด็กหนุ่มรีบลูบหัวปลอบใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายจะเริ่มฟูมฟาย แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน  




“การที่ผมเข้าเซย์ริน ในอนาคตจะต้องได้เจอกับทีมของอาโอมิเนะคุงเข้าซักวัน และผมจะต้องเอาชนะเขาให้ได้”




“ถ้างั้นทำไม.. ถึงให้ฉันไปอยู่กับอาโอมิเนะคุงล่ะ?”




“เพราะผมอยากเอาชนะอาโอมิเนะคุงที่พยายามเต็มที่ และเพื่อการนั้น เขาจำเป็นต้องมีโมโมอิซังไงครับ”




“แล้วก็อีกอย่าง.. ถ้าโมโมอิซังไม่ตามไปคุมไว้ล่ะก็ อาโอมิเนะคุงอาจจะไปโรงเรียนไม่ทันตั้งแต่วันปฐมนิเทศเลยด้วยซ้ำ แล้วก็อาจจะโดนซ้ำชั้นจนอดลงแข่งเลยก็เป็นได้นะครับ ผมคงไม่อยากให้เป็นแบบนั้นแน่ๆ”




“แหม จะว่าไปมันก็จริงล่ะนะ อาโอมิเนะคุงยิ่งโง่ๆอยู่ด้วย”




“แต่จะดีเหรอเท็ตสึคุง.. ทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าเราต้องเป็นศัตรูกันน่ะสิ ฉันไม่อยากเป็นศัตรูกับเท็ตสึคุงนี่นา..” นัยน์ตาสีชมพูเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้าอีกครั้งเมื่อคิดว่าถึงจะเป็นคำขอของคนที่รัก แต่ก็จะต้องเป็นศัตรูกันในสนาม เธอคงทำใจลำบากแน่ๆ




“ผมรู้ว่าผมเอาแต่ใจเกินไป แต่ผมขอร้องโมโมอิซัง ช่วยดูแลอาโอมิเนะคุง... แทนผมด้วยได้ไหมครับ” คุโรโกะขอร้องอย่างจริงจังและนั่นก็ทำให้เด็กสาวใจอ่อน 




แน่นอนว่าใจหนึ่งเธอเองก็ห่วงอาโอมิเนะอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่เด็กแล้วเด็กหนุ่มผิวแทนที่ไม่ได้เรื่องเอาแต่บ้าบาสต้องทำให้เธอปวดหัวในฐานะผู้ปกครองอยู่เสมอ ถ้าปล่อยไปคนเดียว คงไม่รอดจริงๆอย่างที่คุโรโกะว่า สุดท้ายแล้วจึงทำเธอเลือกที่จะสอบเข้าโรงเรียนโทโอตามอาโอมิเนะไป





.
.
.
.
.




“ฉันได้ดูวีดีโอนัดที่แข่งกับมิโดริมะคุงแล้วล่ะ เป็นการแข่งขันที่ดีนะ” เด็กสาวพยายามพูดเปลี่ยนเรื่อง แต่อย่างไรก็ยังไม่พ้นเรื่องของพวกเขากับเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ไปได้อยู่ดี รวมทั้งเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้อย่างการแข่งก็ด้วย เพราะมันเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เธอมาที่นี่ในวันนี้




โมโมอิมองอีกฝ่ายอย่างช่างใจว่าควรพูดต่อดีมั้ย แต่ก็ตัดสินใจพูดต่อถึงคนคนหนึ่งที่เธอไม่เห็นอยู่ในที่นี้ด้วย




“เขาคนนั้นน่ะ คางามิคุงใช่มั้ย ทั้งลักษณะท่าทางแบบนั้น...เหมือนอาโอมิเนะคุงในอดีตไม่มีผิดเลยเนอะ”




นัยน์ตาสีฟ้ามีแวววูบไหวเมื่อหวนนึกถึงคู่หูในอดีต คนที่เคยยิ้มร่าเหมือนกับเด็กๆที่ไม่มีอะไรอยู่ในหัวนอกจาเรื่องบาสเก็ตบอลที่ชอบ คนที่คอยประคับประคองเขาในวันที่เขาอ่อนแอที่สุด สิ้นหวังที่สุด คนที่เป็นเหมือนแสงสว่างส่องทางในความมืด ฉุดดึงเขาขึ้นมาจนได้พบกับความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ 




พวกเขาเข้ากันได้ดีเหมือนแสงกับเงาที่แข็งแกร่งที่สุด รับรู้ได้ถึงตัวตนและความคิดของอีกฝ่ายแม้จะไม่ต้องหันมามองเลยด้วยซ้ำ




กับคู่หูคนปัจจุบัน คนที่ดีแต่บ้าพลัง ทำอะไรไม่รู้จักคิด แต่เมื่อถึงเวลาจำเป็นก็ต้องฝืนตัวเองเพื่อทีมและเพื่อชัยชนะได้ทุกครั้ง คนเข้ามาในชีวิตเขาอย่างไม่คาดคิด และเป็นคนที่จะช่วยให้เขาสามารถนำสิ่งสำคัญกลับคืนมาได้  




ถึงจะเริ่มต้นไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ค่อยๆปรับตัวเข้าหากันได้เรื่อยๆทีละน้อย และยังสามารถร่วมแรงร่วมใจกันเอาชนะทีมที่แข็งแกร่งอย่างไคโจและชูโตคุมาได้




นัยน์ตาสีฟ้าเหม่อมองกำปั้นของตัวเองที่ชูขึ้นมา สัมผัสของคู่หูทั้งสองคนที่แตกต่างกันแต่ก็คล้ายกัน




เลือดร้อนเหมือนกัน บ้าบาสเหมือนกัน แถมยังซื่อบื้อเหมือนกันด้วย




ใช่ ถึงแม้จะมีบางส่วนที่แตกต่าง แต่พวกเขาทั้งคู่ก็เหมือนกันมาก สิ่งที่คุโรโกะคิดอยู่ในใจก็ไม่ผิดจากนั้นเลยแม้แต่น้อย





.
.
.
.
.





ทางด้านคางามิ ไทกะ มนุษย์บ้าบาสที่ไม่อาจอยู่เฉยตามคำสั่งของโค้ชได้จึงแอบหนีมาเล่นบาสที่สนามสตรีทบาสใกล้ๆอยู่คนเดียว ข้อเท้าของเขาที่บาดเจ็บจากตอนแข่งกับชูโตคุใกล้จะหายดีแล้ว ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมโค้ชถึงยังให้เขานั่งจับเจ่าอยู่กับที่ได้อีก 




‘ฝุ่บ’ ลูกบาสถูกโยนลงห่วงไปอย่างแม่นยำอีกลูก ขาที่เจ็บก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว แต่ทันทีที่หมุนตัวเร็วไปหน่อยก็ดันปวดจี๊ดขึ้นมาอีก




“สมกับที่เป็นซัทสึกิเลยแฮะ นายอยู่ที่นี่จริงๆด้วย” เสียงปริศนาดังขึ้นจากทางเข้าสนามทำให้คนที่กำลังจะวิ่งไปเก็บลูกชะงัก เพราะเมื่อครู่เขามั่นใจว่าตัวเองเป็นเพียงคนเดียวที่เล่นอยู่ในสนามนี้




นัยน์ตาสีแดงสดเงยหน้าขึ้นมองร่างของผู้มาใหม่ เด็กหนุ่มผิวสีแทนในชุดเสื้อกล้ามสีขาว ผมสีน้ำเงินเข้มตัดสั้น รูปร่างสูงพอๆกันกับเขาไม่ก็สูงกว่านิดหน่อย ร่างกายมีกล้ามเนื้อที่ดูก็รู้ว่าเป็นแบบฉบับของนักกีฬา นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่เฉียบคมแต่กลับไร้ประกายอย่างน่าประหลาดจ้องมองมาที่เขาเช่นกัน 




ไม่ใช่ใครที่คางามิเคยเห็นหรือรู้จักมาก่อนแน่นอน  




“นายคือคางามิ ไทกะสินะ มาแข่งกันหน่อยเป็นไร” อีกฝ่ายเอ่ยท้า 




“แล้วแกเป็นใครฟะ? ก่อนจะถามชื่อคนอื่นไม่คิดจะบอกชื่อตัวเองก่อนรึไง” เด็กหนุ่มผมแดงเอ่ยอย่างฉุนๆกับท่าทีอวดดีของอีกฝ่ายที่จู่ๆก็โผล่หน้ามาหาเรื่องอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย 



“นายจะคิดยังไงก็ช่าง แต่เอาเถอะ ฉันจะบอกเอาบุญให้หน่อยก็ได้” 




“ฉันชื่อ อาโอมิเนะ ไดกิ”
 
 
 
 

TBC

 

 

 

 

Talk :
 
 
*กราบบบบ* ขอโทษนะคะที่หายไปนาน ไม่อะไรจะแก้ตัวจริงๆค่ะ แต่ยังไงก็จะเขียนเรื่องนี้ให้จบแน่นอน เพราะเป็นฟิคที่เรารักมาก และเป็นคู่ที่เรารักมาก ยังไงก็จะเขียนให้จบค่ะ ขอโทษด้วยที่อาจจะดองไปบ้าง แต่ถ้าใครยังติดตามอยู่ก็ขอบคุณจริงๆะนคะ *พรากกก*
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณที่กลับมาเขียนต่อออออออออ เย้ๆๆๆ
โอยยยยยย สงสารน้องครกอ่าาาาาาาาาา
พี่ฟ้ารีบๆกลับตัวกลับใจเข้าล่ะ ไม่งั้นจะเชียร์ให้พี่ไฟแล้วนะ

#5 By wboo (203.131.216.10|203.131.216.10) on 2014-11-05 10:33

นึกว่าตาฝาดดดดด แงงงงงง ดีใจที่มาต่อครับ คิดถึงเรื่องนี้สุดๆ

.... แต่......โฮ่แบบ.... จะเปิดตัวแบบกั้กๆไปถึงไหน เกรียนนนนน(คันปากอยากหาที่ระบาย555)

แอบค้าง 555 ฟ้าไฟเจอกันสักที บอกไปเลยว่าเทตสึน่ะของฉัน อย่ามายุ่ง!!! งี้ๆ //ผิดประเด็นแล้ว//

รออ่านต่อคร้าบบบ

#4 By ๛Aki๛ on 2014-11-03 21:09

โฮ่~~~~~ ทำร้ายน้องหลาบรอบไม่พอ ยังมาทำร้ายบากะกามิอีด ฟฟฟฟฟฟ

โมโมจิจังงง ///[]//// มาแล้ววววว||~~~~~
#เรื่องนี้มันเศร้า...ฮรือววววTTATT ขอให้โฮ่เข้าใจน้องซะทีววววว

ชอบคู่นี้เปนคู่แรกเลยอ่าาส ;////; สู้ๆนะค่าา

#3 By Platinum [Peem] on 2014-11-01 20:52

กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
//ดอกไม้กรี้ดอย่างบ้าคลั่งหลายชม.ก่อนเดินกลับมา...
ฟืดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ฮืออออออ โฮ้วววววววววววววววววววววววว
โฮ่ โฮ่ ดำกี๊!!!!!!!!!!!!!!!!! ด๊ามกี๊~~~~~~~~~~~~~~~~!!!!
ฮืออออออออออออออออออออออออออออออ
คิดถึงงงง คิดถึงงงงง;[];!!!!
อา..น้องยังเป็นห่วงโฮ่เสมอจริงๆขนาดขอให้โมโมอิดูเเล ดำกิบ้าจะรู้บ้างมัย!!!!! อา....ดำกิ........นายทำให้น้องเจ็บอีกกี่รอบถึงจะพอใจ!!!!
ฟืดดดดดดดด ใกล้เข้าไป...ใกล้เข้าไปเรื่อยๆ รอวันนั้นที่มาคืนดีกันนะคะ
โอ้ย ชอบๆ มัยเรียล!!!!!
ฮืออออออ รออ่านน้าาาา รออ่านต่อไปค่าาาาาาาาาา//เกาะหนึบๆๆๆ

#2 By ดอกไม้ (223.206.115.67|223.206.115.67) on 2014-11-01 13:11

อ๊ะ....ขอบคุณค่ะที่เขียนต่อ
ชอบคู่นี้มากๆเลยล่ะค่ะ จะรอติดตามต่อนะคะ~
....อยากเห็นโฮ่หึงหนักๆจังค่ะ #what

#1 By muserai (122.155.43.29|122.155.43.29) on 2014-11-01 11:51