[KnB Fic] Replay - Chapter 45 [Ao*Kuro]

posted on 19 Jul 2014 21:32 by freyaminnie in Fiction, KnB
 
 
 
 

Title : Replay

Author : freyaminnie

Fandom : Kuroko no Basket

Paring :  Aomine x Kuroko 

Rating : PG-13 

 

 

 

<< Previous | Next >>

 

 

 

45

 

 

“อาโอมิเนะคุง! มัวมานอนทำอะไรอยู่นี่น่ะ!” เด็กสาวเรือนผมสีชมพูเดินเข้ามาในโรงยิมมืดๆซึ่งดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่ แต่เธอรู้ดีว่านี่ที่ที่เหมาะกับการมาแอบหลับของคนที่เธอกำลังตามหาอยู่ที่สุด




“อืออ อย่ามายุ่งได้มั้ยยัยบ้า ถ้าเรื่องซ้อมล่ะก็บอกแล้วไงล่ะว่าฉันไม่ไปน่ะ” เด็กหนุ่มผิวแทนกล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายพลางโบกมือไล่ 




โมโมอิ ซัทสึกิชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเพื่อนสมัยเด็กที่ยังนอนแอ้งแม้งอยู่บนเวที 




“ก็เพราะนายทำตัวแบบนี้น่ะแหละคนอื่นๆเค้าถึงได้เหม็นเบื่อกันหมดน่ะ”




“ช่างหัวมันเถอะน่า ยังไงก็ไม่เห็นต้องไปญาติดีอะไรกับพวกนั้นซักหน่อย” อาโอมิเนะพูดก่อนจะพลิกตัวหนี ในเวลานี้ถ้ามีที่อุดหูคงจะดีไม่น้อยเพราะเขาเริ่มจะทนเสียงแหลมสูงของเด็กสาวที่รบกวนการนอนของเขาไม่ไหวแล้ว




“นี่ อาโอมิเนะคุงรู้รึเปล่า วันนี้น่ะมีการแข่งของมิโดรินกับเท็ตสึคุงด้วยนะ”




โมโมอิรู้สึกได้ว่าแผ่นหลังแกร่งนั้นสะดุ้งไปเล็กน้อย เสียงลมหายใจที่ดังอยู่ภายในความเงียบเหมือนจะขาดลงเพียงชั่วครู่ก่อนเจ้าตัวจะถอนหายใจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น




“เหอะ แล้วไงล่ะ หมอนั่นจะทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับฉันนี่”




“อาโอมิเนะคุงบ้า! นี่นายคิดแบบนั้นจริงๆเหรอ!”




“ก็บอกแล้วไงล่ะว่าเรื่องของฉันกับหมอนั่นน่ะมันจบไปแล้ว อย่ามาพูดชื่อให้ฉันได้ยินอีก มันน่ารำคาญ” 




เพราะนอนหันหลังให้ทำให้โมโมอิไม่เห็นว่าตอนนี้อาโอมิเนะกำลังทำสีหน้าอย่างไร และทำให้ไม่รู้ว่าหัวใจของเขากำลังเต้นแรงแค่ไหนกับการแค่ได้ยินชื่อของคนคนนั้น คนที่ไม่ได้เจอมานานแสนนานเหลือเกิน คนที่เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ไปพบหรือไม่มีความสัมพันธ์ในฐานะใดๆด้วยอีก 




เขายังจำได้ดี ถึงเสียงทุ้มหวานที่ได้ยินผ่านโทรศัพท์ในวันนั้น ประโยคที่พูดอย่างชัดเจนว่า ‘เราอย่าพบกันอีกเลยดีกว่า’ ก่อนจะวางหูไปโดยไม่มีคำอธิบายอะไรอีกไม่ว่าเขาจะพยายามตะโกนเรียกจนลำคอแหบแห้งแค่ไหนก็ตาม




ในเมื่อเท็ตสึเป็นคนเลือกที่จะเดินจากเขาไปเอง เลือกที่จะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีร่วมกันเอาไว้แล้วไม่หันกลับมาอีก มีประโยชน์อะไรที่เขาจะยังต้องสนใจเรื่องของอีกฝ่ายด้วยล่ะ




อีกอย่างถึงเขาจะไม่ชอบเจ้าบ้ามิโดริมะนั่น แต่คนอย่างเท็ตสึต่อให้พยายามแค่ไหนด้วยความสามารถระดับนั้น ยังไงก็ไม่มีทางชนะได้อยู่ดี




“ตอนนี้เท็ตสึคุงน่ะมีคู่หูใหม่ด้วยนะ พวกนั้นเอาชนะคีจังมาได้ แล้วก็ช่วยกันพาเซย์รินมาจนถึงรอบชิงแชมป์กลุ่มแล้วด้วย” 




ถ้อยคำนั้นทำให้คนนอนอยู่ถึงกับลุกพรวดขึ้นมาได้ในทันที




“ซัทสึกิ เมื่อกี้เธอว่าไงนะ!?” อาโอมิเนะเกือบจะตะโกนจนโมโมอิเองถึงกับสะดุ้งไปด้วย




“เท็ตสึ มีคู่หูใหม่งั้นเหรอ...” เสียงทุ้มกดต่ำอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน




หมอนั่นลาออกจากชมรมบาสเทย์โควก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เล่นบาสอีกแล้ว การที่อีกฝ่ายเลือกเข้าชมรมบาสเซย์รินแสดงถึงเรื่องนั้นได้ดี ใช่แล้ว นั่นมันไม่เกี่ยวอะไรกับเขา 




เท็ตสึเคยพูดว่าจะไม่พบกับเขาอีก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่หาคนอื่นอีกเหมือนกัน




นั่นก็...ไม่ใช่เรื่องของเขา ไม่ใช่




“เห...ไหนนายบอกว่าไม่สนใจไงล่ะ?” เด็กสาวมองท่าทีของเพื่อนสมัยเด็กพร้อมกับรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่บอกให้รู้ว่าหล่อนรู้ทันความคิดของเขาแน่ๆ ยัยผู้หญิงรู้มาก ชอบอ่านใจคนอื่น เหมือนเท็ตสึไม่มีผิด  



“กะ..ก็ใช่น่ะสิ หมอนั่นมีคู่หูใหม่แล้วไงไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับฉันซักหน่อย” อาโอมิเนะที่เพิ่งนึกได้ว่าเขาเผลอแสดงออกมากไปแล้วรีบล้มตัวลงนอนแล้วพลิกตัวหนีทันที




‘บี๊บ ปิ๊บๆๆ’




เสียงปุ่มของเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่งถูกกดเรียกให้คนที่นอนหันหน้าหนีความจริงต้องสะดุ้งตัวลุกขึ้นมาอีกรอบ




แค่เสียงมือถือคงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ ถ้าไม่ใช่ว่าเจ้าเครื่องมือสื่อสารอันจิ๋วที่อยู่ในมือบางนั่นมันดูคุ้นเคยและแมนเกินกว่าจะเป็นของเจ้าหล่อนน่ะนะ




“ซัทสึกิ! นั่นเธอจะทำอะไรน่ะ!” 




“ก็จะโทรหาเท็ตสึคุงไง ตอนนี้น่าจะแข่งกันจบแล้วล่ะมั้ง”  




“เดี๋ยว ซัทสึกิ!” แต่ไม่ทันแล้ว มือถือฝาพับสีน้ำเงินเข้มอันแสนคุ้นเคยได้ถูกกดต่อสายไปเป็นที่เรียบร้อย มือสีแทนพยายามจะเอื้อมไปยื้อแย่งแต่เด็กสาวกลับไหวตัวทัน เสียงสัญญาณดังอยู่ระยะหนึ่งก่อนจะมีคนรับสายในที่สุด แล้วโมโมอิก็กรอกเสียงหวานทักทายลงไปท่ามกลางความระทึกของเด็กหนุ่มผิวแทนอีกคน




“มิโดริน~~!!” 




“!!?”




หืม? อะไรนะ??




อาโอมิเนะที่เผลอชะงักเกือบจะล้มหน้าหงายเมื่อชื่อที่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกนั้นไม่ใช่ชื่อของคนที่เขาคิดแต่อย่างใด กลับเป็นชื่อของอดีตชู้ตติ้งการ์ดมือหนึ่งแห่งเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ต่างหาก




นัยน์ตาสีชมพูปรายตามองร่างสูงกว่าที่บัดนี้กลิ้งจากเวทีลงมากองที่พื้นเป็นที่เรียบร้อยด้วยรอยยิ้มเพียงชั่วครู่ก่อนจะหันไปสนใจกับโทรศัพท์ในมืออีกครั้ง




“มิโดรินน ไม่เจอกันนานเลยน้า การแข่งเป็นยังไงบ้าง ชนะรึเปล่าเอ่ย? หรือว่าแพ้ อ๊ะ!”  โมโมอิพูดยาวเหยียดอย่างไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตอบคำ แต่แล้วปลายสายก็กลับตัดไปซะดื้อๆ




“อ๊ะ มิโดริน!? มิโดริน! บ้าจริง วางหูไปแล้วอ้ะ!” เด็กสาวแยกเขี้ยวใส่โทรศัพท์ประหนึ่งมันเป็นใบหน้าของคู่กรณีก่อนจะกดต่อสายไปอีกรอบ จังหวะนั้นเองที่มือสีแทนจากไหนไม่รู้โผล่มาแย่งโทรศัพท์ในมือไปซะก่อน




“อ๊ะ ได- อาโอมิเนะคุง! ทำอะไรน่ะ!?” ร่างบางโวยวายแต่อีกฝ่ายก็ยกโทรศัพท์ขึ้นสูงเกินกว่าหล่อนจะกระโดดแย่งถึงซะนี่




ไม่นานไปกว่าครั้งแรกสายก็ถูกต่อติดอีกครั้ง 




“ไง มิโดริมะ”




&lsquo