[KnB Fic] Replay - Chapter 43.5 [Kaga*Kuro(?)]

posted on 08 Jul 2014 15:27 by freyaminnie in Fiction, KnB
 
 
 

Title : Replay

Author : freyaminnie

Fandom : Kuroko no Basket

Paring :  Kagami x Kuroko (?) 

Rating : PG-13 

 

 

 

<< Previous | Next >>

 

 

 

43.5

 

 

 

 

“เฮ้อ.. น่าเบื่อชะมัด” คางามิ ไทกะ เดินบ่นงึมงัมเป็นเสือกินผึ้ง(?) สองขาลากไปตามพื้นคอนกรีตอย่างไร้ทิศทาง ในมือถือลูกบาสคู่ใจหมุนไปมา สายตาก็สอดส่ายมองหาเป้าหมายแต่ก็ต้องถอนหายใจเมื่อไม่เจอสิ่งที่ต้องการซักที




ทำไมสนามบาสในเมืองนี้มันถึงไม่ค่อยมีกันนะ 




บ่นแล้วก็ถอนหายใจอีกรอบกับความขาดแคลนทรัพยากร(?)ของเมืองใหญ่อย่างโตเกียว ที่แม้จะเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้ามากมายแต่สถานที่ออกกำลังอย่างสนามสตรีทบาสกลับไม่ค่อยมีให้เห็น พอเจอเข้าซักที่นึงก็จะคราคร่ำไปด้วยผู้คนจนขี้เกียจจะไปต่อคิวยาวให้เสียเวลา




ร่างสูงเดินลัดเลาะไปเรื่อยๆโดยหวังว่าถ้าออกห่างจากแหล่งชุมชนแล้วจะพอมีสถานที่หลงเหลือให้ตนได้ฆ่าเวลาบ้าง กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เผลอเดินมาถึงย่านที่ไม่คุ้นเคยซะแล้ว




นัยน์ตาสีแดงกวาดมองไปรอบๆ บ้านเรือนแถวนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน คนเดินผ่านไปมาก็ไม่ค่อยจะมี บรรยากาศก็เริ่มจะวังเวงชวนให้ขนลุกซู่แปลกๆ




“กะ..กลับดีกว่าแฮะ” คางามิก้าวขาจะเดินกลับอย่างไว แต่แล้วก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่อยู่ห่างออกไปไม่เท่าไหร่เสียก่อน




นั่นมัน สนามบาสเก็ตบอลนี่!?




สนามบาสเก็ตบอลไร้ผู้คนที่จู่ๆก็ปรากฏให้เห็นในมิติลี้ลับ(?) ฟังดูยังไงก็เหมือนกับนิยายสยองขวัญชัดๆ แต่กับคนที่บ้าบาสเข้าสมองจนไม่ทันได้คิดเรื่องอื่นนั้นกลับเสมือนแรงดึงดูดให้เดินเข้าไปหา 




แต่แล้วก็ต้องพบว่าสนามที่คิดว่าร้างกลับมีใครบางคนหรืออะไรบางอย่าง(?)จับจองไว้อยู่ก่อนแล้ว




ร่างเงาเลือนลางนั่งอยู่เพียงลำพังในสนาม คางามิต้องขยี้ตาตัวเองอีกรอบเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นนั้นไม่ใช่วิญญาณหรือเงาภาพหลอน(ถึงจะใกล้เคียงก็เถอะ) แต่เรือนผมสีฟ้ากับร่างเล็กๆนั้นคงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากคู่หูของเขาเอง




คิ้วขมวดมุ่นอย่างสงสัยว่าคุโรโกะมานั่งทำอะไรอยู่ในที่แบบนี้กัน




มือผลักบานประตูรั้วเข้าไปโดยไม่ส่งเสียงทัก แต่เป็นเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดของโลหะที่เสียดสีกันนั่นเองที่ทำให้คนที่นั่งเหม่ออยู่สะดุ้ง ใบหน้าที่ก้มต่ำเงยขึ้นแล้วมองมาที่ประตูทันที




“งะ..ไง คุโรโกะ” คางามิโบกมือทักทายอย่างประหม่าเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าสายตาที่คนตัวเล็กมองมาดูแปลกไปจากปกติ 




“คางามิคุงเองเหรอครับ..” 




คางามิไม่รู้ว่าตัวเองตาฝาดไปรึเปล่า เพราะใบหน้าของคุโรโกะตอนที่มองเขาเดินเข้ามาเมื่อครู่แลดูตื่นตะลึงจนเกือบไม่อยากเชื่อ ก่อนจะแปรเปลี่ยนไปเป็นความผิดหวังเมื่อเห็นว่าเขาเป็นใคร แล้วเพียงชั่วพริบตาก็กลายเป็นสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิมอีก




“คางามิคุงมาทำอะไรที่นี่ครับ?” ดูเหมือนว่าเขาจะเผลอเหม่อมองหน้าอีกฝ่ายนานเกินไป จนในที่สุดคุโรโกะก็ต้องทักขึ้น 




“หา? เอ่อ ก็ มาหาที่เล่นบาสน่ะ” ชายหนุ่มตอบตะกุกตะกักอย่างน่าแปลก ทั้งที่เขาใช้เวลาเดินหาสนามอยู่ตั้งนานสองนานจนเจอแท้ๆ จู่ๆกลับลืมว่าตัวเองจะมาทำอะไรซะอย่างนั้น




“ว่าแต่นายล่ะ มานั่งทำอะไรที่นี่คนเดียว แกล้งหลอกคนอื่นเล่นรึไง?” คางามิถามกลับบ้าง




“ก็ประมาณนั้นล่ะมั้งครับ” คำตอบที่ดูไม่ใช่คำตอบเท่าไหร่ แต่คนถามก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจเพราะรู้ว่าถามไปยังไงก็คงไม่ได้คำตอบที่แท้จริงอยู่ดี เขาตัดสินใจหยิบลูกบาสขึ้นมาแล้วเดินไปกลางสนามก่อนจะเริ่มเดาะลูกวอร์มอัพแทน 




นัยน์ตาสีฟ้ามองคู่หูตนชู้ตลูกลงห่วงอยู่คนเดียวสักพักก่อนจะลุกขึ้นมาบ้าง 




“คางามิคุง มาเล่นบาสด้วยกันมั้ยครับ” 




“หา? มันก็ได้อยู่หรอกนะ แต่นายเล่นวันออนวันไม่เก่งไม่ใช่รึไง” ร่างสูงกว่าขมวดคิ้วอีกรอบ




“ก็แค่รู้สึกอยากเล่นน่ะครับ” คุโรโกะตอบ มือเรียวยื่นออกมาด้านหน้าเพื่อรอรับลูก ก่อนที่อีกฝ่ายจะส่งมาให้และเดินลงไปในสนามด้วยกัน




“งั้นก็เอาสิ” 





.

.

.

.

.





“นี่จะหาเรื่องกวนตีนกันรึไงฟะ เล่นห่วยแบบนี้ไปนั่งข้างสนามเลยปะ” คางามิโวยลั่น เห็นแล้วนึกถึงครั้งแรกที่เคยดวลกันหมอนี่ฝีมือห่วยยังไงก็ยังห่วยอยู่ยังงั้น แล้วยังมากล้าท้าเขาเล่นวันออนวันอีก 




“คางามิคุงเร็วเกินไปต่างหากครับ” คุโรโกะพยายามเถียงแต่ก็ยอมเดินไปนั่งโดยดี ใบหน้าน่ารักพองแก้มงอนอย่างไม่พอใจ




“นายมันอ่อนเกินไปต่างหาก ที่สำคัญเหนื่อยจนแทบจะวิ่งไม่ไหวแล้วก็ยังไม่ยอมเลิกอีก เดี๋ยวก็เป็นลมคาสนามเดือดร้อนต้องมาดูแลอีก” คนตัวสูงหันมาแยกเขี้ยวแล้วบ่นยาวเหยียด แต่ในถ้อยคำนั้นกลับแฝงไปด้วยความเป็นห่วง ไม่ว่าเจ้าตัวจะรู้สึกตัวหรือไม่ก็ตาม




“ผมไม่เคยเป็นลมซักหน่อยครับ” คนโดนดุบ่นอุบอิบแต่ก็อดยิ้มน้อยๆไม่ได้




เด็กหนุ่มผมฟ้านั่งมองคู่หูคนปัจจุบันเลี้ยงลูกบาสไปมาระหว่างสองฝั่งสนาม ร่างสูงใหญ่วิ่งวุ่นไปทั่วก่อนจะชู้ตลูกบาสลงห่วงครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย การเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วและทรงพลังช่างต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง




คางามิเลี้ยงบอลจากฝั่งตรงข้ามสนามด้วยความเร็วอีกครั้งก่อนจะเทคตัวขึ้นจากระยะไกล มือใหญ่ถือลูกบาสในมือขวาตั้งท่าจะดั๊งก์ลูกลงห่วงด้วยความแรง




จังหวะนั้นเองที่เงาร่างที่กระโดดขึ้นไปพลันไปซ้อนทับกับลำแสงของดวงอาทิตย์ที่อยู่เบื้องหลัง ทำให้นัยน์ตาสีฟ้าที่มองตามการเคลื่อนไหวนั้นต้องบีบปิดหนีแสงที่ส่องลงมา




ราวกับว่าแสงสว่างที่เปล่งออกมาจากร่างกายคนผู้นั้นเจิดจ้าจนทำให้สายตาถึงกับพร่าเลือน




“บ้าชะมัด ไม่ถึงแฮะ” คางามิบ่นอุบเมื่อลูกชู้ตที่อุส่าห์เทคตัวขึ้นตั้งไกลเมื่อกี้กลับพลาดห่วงไปอย่างน่าเสียดาย เขาวิ่งตามไปเก็บลูกบาสที่กลิ้งไปไกลก่อนที่มันจะหลุดออกไปนอกคอร์ทเสียก่อน




“คางามิคุงเนี่ย ชอบเล่นบาสเก็ตบอลจริงๆเลยนะครับ” คุโรโกะพึมพำ 




“เรื่องนั้นมันแหงอยู่แล้วนี่ ถ้าไม่ชอบแล้วจะเล่นทำไมล่ะ” ร่างสูงตอบโดยไม่ต้องคิดพลางขมวดคิ้วเหมือนเขาเพิ่งจะถามคำถามอะไรแปลกๆออกไป




“นั่นสินะครับ” คุโรโกะนิ่งไปอีก จนคางามิเริ่มคิดว่าวันนี้คู่หูทำตัวแปลกๆ แปลกยิ่งกว่าทุกที 




“คางามิคุงน่ะ...” คุโรโกะพูดขึ้นอีก แต่ขณะที่คนถูกถามกำลังรอฟังกลับไม่มีคำพูดใดตามมาอีกนอกจากความเงียบ ร่างเล็กทำตัวเหมือนจมอยู่ในห้วงความคิดสักพักใหญ่ๆโดยไม่พูดอะไร 




วันนี้คุโรโกะทำตัวแปลกไปจริงๆนั่นแหละ




“เป็นอะไรของนาย วันนี้ดูแปลกๆไปนะ” คางามิเดินเข้าไปแล้วเอามือแตะหน้าผากอีกฝ่ายเพื่อวัดอุณหภูมิ แต่ก็ไม่รู้สึกว่าร้อนผิดปกติแต่อย่างใด




“เปล่าครับ ผมก็แค่คิดถึงเรื่องอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะครับ” ร่างเล็กบอกปัดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยเหมือนเดิมไม่มีผิด 




คางามิถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วโยนลูกบาสในมือให้คนที่กำลังนั่งอยู่




“อุส่าห์มาถึงสนามบาสในวันอากาศดีๆแบบนี้จะมัวแต่คิดอะไรให้มันหนักสมองทำไมเล่า เอ้า หายเหนื่อยแล้วก็มาต่อกันอีกซักรอบมา” 




“ไหนเมื่อกี้คุณบอกผมเล่นห่วยไงครับ” นัยน์ตาสีฟ้ากระพริบปริบๆมองร่างสูงกว่าอย่างงุนงงเล็กน้อยสลับกับลูกบาสในมือ 




“เออ ก็ยังดีกว่าเล่นคนเดียวแหละน่า เร็วเข้า มัวโอ้เอ้เดี๋ยวก็มืดกันพอดี” พูดย้ำก่อนจะเดินไปตั้งท่ารอในสนาม ร่างเล็กกว่าถอนหายใจ ใบหน้าเผยรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยแล้วก้าวเข้าไปในสนามตามอีกฝ่าย




“คางามิคุงเนี่ย บ้าบาสจริงๆนะครับ”




“พูดมากน่า! หุบปากไปเลยเฟ้ย” 




ดวงตะวันยามเย็นสาดแสงสีส้มทองอยู่เบื้องหลัง ภายในคอร์ทบาสเก็ตบอลร้างที่ไม่มีใคร เด็กหนุ่มสองคนกำลังเล่นบาสกันอย่างสนุกสนานจนกระทั่งมืดค่ำ




ภาพที่เห็นนั้น เหมือนกับเมื่อครั้งวันวานไม่มีผิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC

 

 

 

 

Talk :
 
ยังเป็นฟิคเรื่องเดิมนะคะ เพียงแต่เปลี่ยนพระเอก ตอนนี้เป็นเหมือนตอนพิเศษที่อยากจะเขียนขึ้นมาเพื่อให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์มากขึ้น เนื่องจากตอน 43 ที่ผ่านมาเขียนแต่ฉากแข่งบาส หาทางแทรกฉากที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องในฟิคเข้าไปยากมาก เลยต้องเอามาเขียนเป็นตอนพิเศษแทนค่ะ
 
 
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ตั้งใจให้อยู่ระหว่างการแข่งอินเตอร์ไฮนัดไหนซักนัด จริงๆอยากให้อยู่หลังจากจบการแข่งกับเซย์โฮแต่ก่อนชูโตคุ แต่ในเนื้อหามังงะการแข่งสองนัดนั้นมันติดกันภายในวันเดียวจึงไม่สามารถแทรกฉากนี้ลงไปได้ ก็เลยออกมาเป็นตอนพิเศษแบบมึนๆแบบนี้แทนค่ะ Orz
 
 
 
โดยเนื้อหาอาจจะงงๆ เพราะเราอยากเขียนในมุมมองของคางามิบ้าง ก็จะดูเหมือนว่าคุโรโกะทำอะไรชวนสับสนอยู่พอสมควร แต่ถ้าใครตีความสิ่งที่ซ่อนไว้ภายในตอนนี้ได้เราจะดีใจมากเลยค่ะ (ฮา) 
 
 
 
คาแรกเตอร์คางามิคุงเป็นอะไรที่เขียนยากกกกกกกกกก มากกกกกกกกกกกกกกก ยากมากๆๆๆ เลยล่ะค่ะ จริงๆตอนนี้ควรจะได้อัพตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่เราเขียนแล้วลบใหม่หมด เลยล่าช้ามาจนบัดนี้ ขออภัยจริงๆนะคะ TT_TT
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

โฮ่เอ้ยยยย ถ้ามัวชักช้าละก็นะ แย่แน่ๆ เขาสนิทกันมากจนคนแต่งเปลี่ยนตรงแพรริ่งแล้วนะ! 555555

ว่าแต่คงมนี่เหมือนเพียวโฮ่จริงๆแฮะ..

#4 By ๛Aki๛ on 2014-07-13 15:42

น้องนั่งรอมิเนะสินะคะะะ โฮววว คนดีของขุ่นแม่ T[]T!!
ว่าแต่ที่บอกว่าไม่เคยเป็นลมนี่โกหกชัดๆเลยนะคะ /ไม่เคยเป็นลมแต่สลบไปเลยครับ//น้องเถียง
แล้วจะรอมิเนะอย่างใจจดใจจ่อนะคะพี่มินนน

#3 By -Urius- on 2014-07-08 22:02

ในระหว่างนี้น้องก็จะเริ่มเห็นความดีงามของคากามิสินะคะ....ชอบฟิคเรื่องนี้มากค่ะ ขอบคุณที่อัพให้อ่านนะคะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ TwwwT แต่เพิ่งได้มาเม้นเพราะนี่เพิ่งสมัคร exteen 555555555555555 สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้

#2 By Kana91 on 2014-07-08 20:32

เขียนแล้วลบใหม่หมด =[]= โอ้ว ขอขอบคุณในความพยายามที่แต่งมาให้อ่านนะคะ TOT

#1 By disabled papayamom on 2014-07-08 18:55