[KnB Fic] Replay - Chapter 43 [Ao*Kuro]

posted on 29 Jun 2014 21:05 by freyaminnie in Fiction, KnB
 
 
 

Title : Replay

Author : freyaminnie

Fandom : Kuroko no Basket

Paring :  Aomine x Kuroko 

Rating : PG-13 

 

 

 

<< Previous | Next >>

 

 

 

43

 

 

เสียงน่าหนวกหูของนาฬิกาปลุกดังขึ้นเมื่อเข็มนาฬิกาชี้ที่เวลา 7 โมงตรง มือเรียวปะป่ายไปยังบริเวณหัวเตียงเพื่อหาต้นตอของเสียงที่น่ารำคาญนั่นก่อนจะกดปิดเมื่อพบในที่สุด




นัยน์ตากลมโตบีบปิดเพื่อหนีแสง เด็กหนุ่มเจ้าของห้องพลิกกายไปมาก่อนจะตัดสินใจซุกตัวลงนอนต่อเมื่อกล้ามเนื้อที่ปวดเมื่อยจากการแข่งขันเมื่อวานพร้อมใจกันแสดงอาการประท้วงการทำงานในวันนี้ ซึ่งการนอนหลับเพิ่มเติมนั้นก็ทำให้ต้องมาโรงเรียนสายอย่างไม่ต้องสงสัย 




แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น คุโรโกะก็ไม่ได้เดือดร้อนซักเท่าไหร่เมื่อเขาสามารถอาศัยความจืดจางเดินเข้าไปในห้องเรียนทั้งๆที่อาจารย์เริ่มสอนได้โดยไม่มีใครรู้และไม่โดนทำโทษ 




เด็กหนุ่มผมฟ้าทรุดกายลงบนที่นั่งประจำบริเวณหลังห้อง เบื้องหน้าเขาร่างสูงของคู่หูกำลังหลับในห้องเรียนอย่างไม่แคร์สายตาใครทั้งสิ้น ปากก็พึมพัมอะไรอยู่ราวกับกำลังฝัน เสียงกรน(?)แผ่วๆ สายลมเย็นๆบวกกับอาการปวดกล้ามเนื้อทุกครั้งที่ขยับทำให้คุโรโกะตัดสินใจเลียนแบบคนด้านหน้าด้วยการฟุบหลบลงบนโต๊ะบ้าง





.
.
.
.
.
.




เบื้องหลังเปลือกตาที่ปิดสนิท เขาฝันเห็นตัวเองกำลังยืนอยู่ในที่มืดๆไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆ มองไปรอบๆก็ไม่เห็นอะไรเลยแม้ซักอย่าง 




เมื่อไล่ตามแสงนั้นไป ที่ปลายทางของอุโมงค์แห่งความมืดมิดภายใต้แสงอันสว่างจ้าจนแสบตาไปหมด แผ่นหลังกว้างของใครคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ 




เขายื่นมือออกไปเพื่อจะแตะต้องใครคนนั้น แผ่นหลังแกร่งที่แสนคุ้นเคยนั่น จะเป็นใครไปได้อีก




ร่างสูงที่ยืนหันหลังให้เมื่อรู้สึกถึงมือใครที่แตะบนไหล่ก็หันกลับมามอง และใบหน้าที่เขาเห็นนั้น.... 




.
.
.
.
.





“คางามิ ไทกะ! ถ้าจะหลับในห้องเรียนขนาดนี้อย่าลืมไปหาครูหลังเลิกเรียนด้วย!!”




เด็กหนุ่มผมฟ้าสะดุ้งตื่นด้วยเสียงตะโกนดังลั่นของอาจารย์ประจำวิชาที่กำลังดุใครอีกคนที่เผลอนอนหลับในห้องเรียน หนำซ้ำยังละเมอหิ้วหัวอาจารย์ขึ้นมาเพราะคิดว่าเป็นลูกบาสเก็ตบอลอีกต่างหาก




คุโรโกะมองคู่หูตนที่ต้องโดนทำโทษทั้งข้อหาหลับในห้องเรียนและข้อหาทำร้ายอาจารย์(?)อย่างเห็นใจ แต่เมื่อคิดถึงเรื่องที่ฝันเมื่อครู่ก็อดรู้สึกเสียดายขึ้นมาไม่ได้




เพราะโดนเสียงอาจารย์ดุปลุกเข้าพอดีจึงทำให้ไม่เห็นว่าใบหน้าของคนที่เขาเกือบจะคว้าได้ในฝันนั้นเป็นใคร 




แม้จะพอรู้อยู่ว่าคงเป็นใครที่ไหนไปไม่ได้อีกนอกจากคนที่แม้จะไม่ได้เจอกันเกือบครึ่งปีแต่กลับยังคิดถึงอยู่แทบจะทุกลมหายใจ แต่บางส่วนที่เห็นกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่ ร่างกายและส่วนสูงที่ใกล้เคียงกันแต่กลับดูแตกต่าง




ดูคล้ายกับแผ่นหลังที่ของคนที่เขาเห็นอยู่เบื้องหน้านี้เสียมากกว่า





.
.
.
.
.
.





หลังเปิดเทอมได้ไม่นานก็เริ่มเข้าสู่ช่วงแข่งอินเตอร์ไฮ บรรยากาศการฝึกซ้อมที่เริ่มเข้มข้นขึ้นทำให้รู้สึกได้ถึงความกดดันที่ทุกคนต้องแบกรับ แม้จะแตกต่างจากสมัยเมื่ออยู่เทย์โควโดยสิ้นเชิง แต่เพราะความคาดหวังของรุ่นพี่และโค้ชเองที่อยากจะเข้าสู่รอบสุดท้ายของอินเตอร์ไฮให้ได้ก็ทำให้พวกเขาต่างก็ต้องทุ่มเทเต็มที่




รอบคัดเลือกของอินเตอร์ไฮสำหรับทีมที่อยู่ในโตเกียวนั้นจะแบ่งผู้เข้าร่วมแข่งขันออกเป็นทั้งหมดสี่กลุ่มใหญ่ๆ ที่ซึ่งทุกทีมจะแข่งกันแบบทัวร์นาเม้นท์ ซึ่งหมายความว่าไม่มีโอกาสแก้ตัวสำหรับทีมที่แพ้ ส่วนทีมที่ชนะผ่านเข้ารอบมาได้เรื่อยๆจนเป็นแชมป์กลุ่มเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าร่วมแข่งในลีกไฟนอล ซึ่งในบรรดาสี่ทีมนั้นจะแข่งแบบพบกันหมดเพื่อตัดสินทีมที่ได้ไปแข่งในรอบสุดท้ายของอินเตอร์ไฮอีกทีหนึ่ง




ตอนนี้ก็อยู่ที่ว่าเซย์รินจะสามารถก้าวไปได้ไกลขนาดไหนในเวทีการแข่งขันระดับประเทศนี้




แต่ก่อนอื่นพวกเขาจะต้องผ่านทีมในโตเกียวด้วยกันไปให้ได้เสียก่อน เพราะคู่ต่อสู้ในปีนี้เองก็เขี้ยวไม่แพ้กันกับปีที่แล้วเลย




เริ่มจากรอบแรกพวกเขาต้องเจอกับชินเคียวที่เอานักเรียนแลกเปลี่ยนจากเซเนกัลเข้ามาร่วมทีม ด้วยส่วนสูงที่เกินกว่าสองเมตรของผู้เล่นต่างชาติทำให้ทุกคนต่างก็ประหม่า แม้ว่าสำหรับคุโรโกะแล้วนั่นคงไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ในเมื่อเพื่อนร่วมทีมสมัยม.ต้นของเขาเองก็มีส่วนสูงที่ไม่แพ้กันทีเดียว




กับผู้เล่นที่มีดีแค่ส่วนสูงกับแขนขายาว แต่เทคนิคและความสามารถในด้านอื่นๆแทบไม่แตกต่างจากคนธรรมดาไม่ทำให้เป็นปัญหาซักเท่าไหร่หรอก




แต่ที่ทำให้อดีตแฟนธ่อมแห่งเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ถึงกับสูญเสียความเยือกเย็นในจิตใจไปได้นั่นคือการโดนดูถูกว่าเป็น ‘เด็ก’ ต่างหาก




แม้จะเริ่มต้นได้ไม่สวย แต่ด้วยความสามารถและบ้าพลังของคางามิบวกกับความโกรธของคุโรโกะก็ทำให้เซย์รินสามารถเอาชนะชินเคียวไปได้อย่างไม่ยากเย็น




และทำให้ทุกคนตระหนักว่า คุโรโกะ เท็ตสึยะ กับประเด็นเรื่องส่วนสูงเป็นอะไรที่ไม่ควรแตะต้องมากที่สุด




ชัยชนะที่มีเหนือชินเคียวเป็นการเริ่มต้นอันสวยงามสำหรับเส้นทางสู่อินเตอร์ไฮของเซย์ริน เพราะนับจากนั้นพวกเขาก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้มาได้เรื่อยๆอย่างแทบจะไม่เป็นปัญหา




จนกระทั่งมาถึงรอบรองชนะเลิศ อีกเพียงสองก้าวก็จะสามารถเข้าสู่รอบลีกไฟนอลได้แล้ว แต่อุปสรรคที่ขวางหน้าก็ใช่ว่าจะง่ายดาย เพราะนอก



จากจะต้องแข่งทั้งรอบรองและรอบชิงในวันเดียวกันแล้ว ยังต้องพบกับทีมที่ได้ชื่อว่าเป็นสองในสามราชันย์แห่งโตเกียวอีกด้วย




หนึ่งในนั้นคือชูโตคุ ราชันย์แห่งทิศบูราพาซึ่งปีนี้ได้หนึ่งในเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ มิโดริมะ ชินทาโร่ เข้ามาเสริมทำให้ทีมยิ่งแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่านัก




แต่ก่อนหน้าจะเข้าไปชิงกับชูโตคุได้ พวกเขาต้องผ่านด่านอีกหนึ่งราชันย์นั่นคือเซย์โฮไปให้ได้ซะก่อน 




ด้วยเหตุนี้โค้ชจึงทำการขนดีวีดีบันทึกการแข่งของเซย์โฮมากมายมาเพื่อนั่งศึกษาถึงความสามารถ และวางแผนกลยุทธที่จะเอาชนะให้ได้




.
.
.
.
.





“เซย์โฮเนี่ย ใช่เล่นเหมือนกันแฮะ สมแล้วที่เป็นหนึ่งในสามราชันย์ ถึงการเคลื่อนไหวจะดูแปลกๆไปหน่อยก็เถอะ ว่าแต่เจ้าเหม่งนี่ ตื๊อชะมัด” คางามิพูดขณะเปิดดูดีวีดีที่โค้ชบังเอิญลืมทิ้งไว้ในห้องชมรม การเคลื่อนไหวของผู้เล่นเซย์โฮที่ทำให้สามารถเกาะติดฝ่ายรุกได้อย่างเหนียวแน่นนั้น เคล็ดลับมันคืออะไรกัน




นัยน์ตาสีฟ้ามองผู้เล่นเบอร์เก้าของเซย์โฮในโทรทัศน์ เขาจำคนคนนี้ได้ ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยเจอกับชายคนนี้ในการแข่งขันระดับมัธยมต้น ซึงาวะ โทโมกิ 




ในตอนนั้นคนที่ซึงาวะต้องประกบก็คือคิเสะ และเขาก็สามารถทำให้เด็กหนุ่มผมทองถึงกับโดนปรับฟาวล์เพราะครองบอลนานเกิน 24 วิได้หลายต่อหลายครั้ง เรียกได้ว่าขนาดคิเสะยังถูกประกบจนกระดิกตัวแทบไม่ได้




นับว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัว และคนที่ต้องจับตามองเลยทีเดียว





.
.
.
.
.




สนามแข่งขันในรอบรองและรอบชิงของกลุ่มในรอบทัวร์นาเม้นท์ไม่ได้จัดขึ้นในโรงยิมของโรงเรียนเหมือนกับรอบอื่นๆ แต่เป็นภายในสนามกีฬาที่ใหญ่โตผิดกับที่ผ่านๆมาลิบลับ




บริเวณที่กว้างขวางใหญ่โต แสงไฟสปอตไลท์ที่ติดไว้ทั่วส่องแสงสว่างเจิดจ้าไปยังสนามแข่งขัน และอัฒจัณทร์ที่ล้อมรอบสูงขึ้นไปเหนือหัวเป็นสิบๆชั้น เต็มไปด้วยผู้คนที่เข้ามาดูการแข่งขันของพวกเขา 




บรรยากาศและความกดดันที่เพิ่มขึ้นเมื่อยิ่งชนะผ่านเข้ารอบลึกขึ้นไป และมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 




ภายในห้องล็อกเกอร์ของเซย์รินทุกคนต่างกำลังเตรีมตัวเพื่อจะลงแข่งนัดสำคัญ 




“เซย์โฮน่ะแข็งแกร่ง ขอสารภาพเลยว่าหลังจากแพ้รูดไปปีที่แล้วทำให้พวกเราถึงกับเกลียดบาสไปเลยจนแทบจะเลิกเล่นบาสด้วยซ้ำ” ฮิวงะพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความขมขื่นเมื่อนึกถึงความหลังเมื่อครั้งที่พวกเขาต้องพ่ายแพ้ยับเยินให้กับคู่ต่อสู้




“แต่วันนี้จะไม่เป็นอย่างปีก่อนอีกแน่ เพราะพวกเราแข็งแกร่งขึ้นแล้ว เหลือก็แค่ต้องเอาชนะให้ได้!”




ปีก่อนนี้พวกเขาตกรอบโดยพ่ายแพ้ต่อราชันย์แห่งทิศอุดรไปด้วยคะแนนทิ้งห่างกันเกือบสองเท่า บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องแก้แค้น 




พวกรุ่นพี่ตัวจริงทยอยเดินออกไปกันทีละคน จนกระทั่งเหลือเพียงรุกกี้ปีหนึ่งสองคนที่เหลืออยู่ 




“คุโรโกะ? ไม่สบายรึเปล่านายน่ะ?” คางามิถามขึ้นเมื่อนเห็นคนที่ปกติจะเอาแต่เฉยชากลับมีสีหน้าที่ประหลาดออกไป




“ผมไม่เป็นไรครับ” คุโรโกะตอบ เพียงชั่วเสี้ยววินาทีสีหน้าก็กลับเป็นปกติอีกครั้งจนร่างสูงกว่าได้แต่คิดว่าตนอาจจะตาฝาดไปเอง




“ว่าแต่...คางามิคุง คุณเคยเกลียดบาสบ้างรึเปล่าครับ” จู่ๆอีกฝ่ายก็ถามขึ้น คู่หูร่างสูงชะงักเล็กน้อย




“หือ? ไม่นี่ ไม่เคยหรอก” คางามิทำหน้าเหมือนเขาเพิ่งจะถามอะไรที่แปลกพิศดารที่สุดในโลก ใช่แล้ว กับคนที่บ้าบาสสุดๆอย่างคางามิคุงน่ะ ไม่เคยหรอกที่จะเกลียดบาส




แต่ว่าเขาน่ะ..




“แต่ผมน่ะ เคยครับ ถึงจะต่างเหตุผลกันแต่ก็พอจะเข้าใจความรู้สึก” 




ดวงตากลมโตหลับลง ภาพการแข่งที่ยังคงติดตาย้อนกลับมาหลอกหลอน ใบหน้าสิ้นหวังของเพื่อนสมัยเด็ก คำสัญญาที่ถูกเหยียบย่ำในวันนั้น ล้วนแต่ทำให้รู้สึกแย่จนอยากจะอาเจียนออกมา




เกลียดจนไม่อยากจะเห็น ไม่อยากจะได้ยินแม้กระทั่งเสียง เกลียดจนอยากจะละทิ้ง อยากจะเลิกเล่นบาสเก็ตบอลไปเสีย




“การเกลียดสิ่งที่ตัวเองชอบน่ะ มันทรมานมากเลย อดีตน่ะเป็นสิ่งที่เราตัดขาดไม่ได้ ผมจึงคิดว่าการแข่งนัดนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับพวกรุ่นพี่จะได้ก้าวข้ามอดีต เพราะงั้น ผมจึงอยากช่วยให้พวกเขาชนะให้ได้น่ะครับ”




เป้าหมายของทุกคนคือการเป็นที่หนึ่งในญี่ปุ่น และชัยชนะครั้งนี้ก็จะช่วยให้พวกเขาก้าวผ่านความขมขื่นเมื่อครั้งก่อนได้ และเข้าใกล้ปลายทางไปอีกหนึ่งก้าว 




และสำหรับเขาเองแม้จะเคยเกลียดจนกระทั่งเลิกเล่น แต่สุดท้ายแล้วก็กลับมายืนบนคอร์ตได้อีกครั้งเพราะมีเป้าหมายที่แสนสำคัญ




นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนฉายแววมุ่งมั่นส่งให้คู่หูในปัจจุบัน คางามิที่ทำหน้างงนิดๆเนื่องจากไม่เข้าใจที่เขาพูดแต่ที่สุดก็พยักหน้า




“ถึงฉันจะไม่ค่อยเข้าใจนาย แต่ประโยคสุดท้ายนั่นน่ะ ฉันเองก็เห็นด้วยเหมือนกัน!”




ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายยืนเผชิญหน้ากันที่เส้นเริ่มต้น 




“เอาล่ะพวกเรา ลุยกันเถอะ!” 




‘ต่อไปนี้จะเป็นการแข่งขันรอบรองชนะเลิศรอบแรกของกลุ่ม A ระหว่างมัธยมปลายเซย์รินกับมัธยมปลายเซย์โฮ’




แล้วเสียงนกหวีดเริ่มการแข่งขันก็ดังขึ้น





.
.
.
.
.
.





ถึงจะน่าเจ็บใจแต่ก็เป็นอย่างที่พวกเขาคิดไว้ไม่มีผิด ตั้งแต่เริ่มควอเตอร์แรก การป้องกันของเซย์โฮนั้นแข็งแกร่งมากจนแม้กระทั่งทีมบุกที่ดุเดือดอย่างเซย์รินยังไม่สามารถฝ่าเข้าไปทำคะแนนได้เลยแม้แต่แต้มเดียว 




คางามิที่โดนซึงาวะประกบจนกระดิกแทบไม่ได้ และการดีเฟนส์ที่ใช้รูปแบบแมนทูแมนโดยประกบไม่ยอมให้มีใครว่าง ด้วยเหตุนี้ทำให้แม้คุโรโกะจะใช้สกิลมิสไดเรกชั่น แต่ก็ไม่สามารถพาสลูกให้ใครได้ ส่วนเซย์โฮก็ฉวยจังหวะบุกสวนกลับทำแต้มนำได้เรื่อยๆ




กลยุทธ์ที่เซย์โฮใช้ก็คือวิทยายุทธ์โบราณ การเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุด เลยสามารถรักษาพลังงานไว้ได้ ทำให้ดูเหมือนการกัดไม่ปล่อย




กระนั้นการใช้วิทยายุทธ์โบราณเองก็มีจุดอ่อน เพราะการเคลื่อนไหวแบบนั้นเองที่ทำให้ทุกคนทำจนเรียกว่าเป็นแพทเทิร์นและทำไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อรู้ดังนั้นเซย์รินที่ทุ่มเทเวลาในการศึกษาการเล่นของเซย์โฮจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนและถึงกับทำเครื่องเล่นดีวีดีพังไปเครื่องนึงจนทำให้สามารถอ่านทางได้ในที่สุด




เพราะความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะ ต้องการจะลบล้างภาพเมื่อปีก่อนออกไปให้ได้จึงทุ่มเทเต็มที่ และในที่สุดพวกเขาก็ก้าวผ่านมันมาได้




เซย์รินเอาชนะไปได้ด้วยคะแนน 73-71 เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของสาย A ในที่สุด




และคู่แข่งของพวกเขาในรอบชิงก็เป็นใครไปไม่ได้ นอกจากอีกหนึ่งราชันย์ผู้แข็งแกร่ง โรงเรียนมัธยมชูโตคุ





.
.
.
.
.
.





“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่านายจะผ่านมาถึงรอบนี้ได้” มิโดริมะ ชินทาโร่ ชู้ตติ้งการ์ดมือหนึ่งของเทย์โควกล่าวทักทายอดีตเพื่อนร่วมทีมที่บัดนี้ต้องมายืนเผชิญหน้ากันในสนามในฐานะศัตรู




คนคนนี้ที่เขาเคยไม่ยอมรับตอนที่อาคาชิบอกว่าจะให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกทีมหนึ่ง คนที่สมรรภภาพร่างกายไม่ได้เรื่องแถมความสามารถด้านบาสก็ไม่โดดเด่นอะไรซักอย่าง 




ทว่ากลับมีสิ่งที่แตกต่างไปจากพวกเขา เป็นคนที่ช่วยนำเทย์โควไปสู่ชัยชนะได้ครั้งแล้วครั้งเล่า และความพยายามไม่เคยรู้จักคำว่ายอมแพ้ ทำให้แม้แต่เขาเองก็ยังต้องยอมรับในตัวผู้เล่นร่างเล็กคนนี้ 




ช่วงปีสามที่ทีมเริ่มแตกสลาย ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าคุโรโกะรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นตามโชคชะตา 




ก็ไม่รู้หรอกนะว่าหลังจากที่นายหายตัวไปจากพวกเราไปเจออะไรมาบ้าง แต่แววตามุ่งมั่นไม่ยอมแพ้คู่นั้นกลับมาเปล่งประกายไม่แพ้กับของเดิมเลยซักนิด




“เพราะอย่างนี้ฉันถึงไม่สบอารมณ์ที่นายเลือกไปเข้าทีมที่อ่อนแออย่างนั้นน่ะสิ” 




ถ้าเพื่อเป้าหมายก็ต้องพยายามให้สุดความสามารถ ถึงอย่างนั้นการเลือกทีมที่จะช่วยนำไปสู่ปลายทางได้มันก็สำคัญไม่ใช่หรือไง 




“แค่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจน่ะมันไม่พอหรอก ฉันจะสอนให้นายรู้เอง ว่านายน่ะเลือกได้งี่เง่าแค่ไหน” นิ้วเรียวที่พันด้วยเทปสีขาวยกขึ้นดันกรอบแว่นให้พ้นจากสันจมูก นัยน์ตาสีเขียวทอดมองมาอย่างดูแคลน




ทว่าคนตัวเล็กกว่าหาได้หวั่นกับคำปรามาสนั้นไม่ นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนจ้องกลับไปด้วยความมุ่งมั่นเหมือนครั้งหนึ่งที่เขาเคยเห็นยามร่างเล็กนี้ก้าวลงสนามให้กับเทย์โควเป็นครั้งแรก




ที่คุโรโกะเลือกเซย์รินไม่ใช่เพราะเป็นทีมที่เก่งที่สุดหรือไร้เทียมทาน แต่เพราะความสามัคคีและความเป็นพวกพ้องที่เขามองหาต่างหาก




เขามองไปยังเพื่อนร่วมทีมและชายหนุ่มร่างสูงผมแดงที่ยืนอยู่ข้างๆกัน 




ถึงจะผ่านศึกร่วมกันมาไม่น้อยจนถึงจุดนี้ ถึงจะเคยเอาชนะคิเสะ เรียวตะมาได้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับหนึ่งในเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ความกดดันนั้นเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย  




“เซย์รินน่ะไม่ได้อ่อนแออย่างที่คุณคิดหรอกครับ ดังนั้นผม ไม่แพ้แน่” 




การแข่งขันระหว่างอดีตเจเนอเรชั่นปาฏิหารย์ทั้งสองกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
 
 
 
 
 

TBC

 

 

 

 

Talk :
 
ตอนนี้ Time Skip รัวๆค่ะ รีบข้ามผ่านตัวประกอบที่ไม่สำคัญ(?) จะเริ่มเข้าสู่เนื้อเรื่องที่แท้จริงซะทีแล้ว โฮออออ หวังว่าสปีดจะดีขึ้นถ้าเขียนเนื้อหาที่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมังงะ ตอนนี้นับเวลาดูแล้วหวั่นๆว่าจะไม่ทันงาน CA เดือนตุลามากค่ะ T_T
 
 
เนื่องจากไม่มีที่ว่างพอให้แทรกโมเม้นท์ไฟดำเท่าไหร่ คิดว่าตอนหน้าคงจะเขียนเป็นตอนพิเศษสั้นๆเกี่ยวกับพี่ไฟบ้าง ตอนนี้แทบจะถูกลืมกลายเป็นตัวประกอบ (พี่ไฟเป็นตัวประกอบ แล้วพี่ฟ้าที่ไม่ได้ออกเลยนี่ล่ะ!?) ถึงยังไงเรื่องนี้ก็จั่วหัวว่าฟ้าดำมาตั้งแต่แรก แต่พี่ไฟก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้น้องครก.ไปถึงจุดหมายได้ ยังไงก็คงต้องมีความรู้สึกให้กันซักหน่อย (ฮา)
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ใกล้จะได้เจอกะโฮ่แล้วสินะ~~~ ว่าแต่ระวังนะ แสงคนใหม่ดูมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆละ หึ...

#5 By ๛Aki๛ on 2014-07-13 15:22

อื๊ออออออออออ โฮ่!!! เรารอนายอยู่น๊าาาาาาาาาาาาาาาา
คิดถึงโฮ่ค่ะ
โฮ่รู้ตัวซักทีสิ น้องก็คิดถึงนายน้าาาา เดี๋ยวไฟก็คาบน้องไปกินหรอก!!!!

#4 By ดอกไม้ (101.108.81.171|192.168.22.174, 101.108.81.171) on 2014-07-05 05:41

นี่พี่ฟ้ายังเป็นพระเอกอยู่ไหม 555555

โดนหมาดพระเอกของพี่ไฟกลบหมดแล้วววววว

รีบกลับตัวกลับใจนะจ๊ะอาโฮ่

รอติดตามตอนต่อไปค้าาาา

#3 By wboo (223.204.248.173|223.204.248.173) on 2014-07-01 23:18

อาโฮ่ใกล้ออกแล้วสินะ >< รอ 555 สู้ๆนะคะ อัพไวๆน้า >_<

#2 By disabled papayamom on 2014-07-01 17:04

มาปักธงรอตอนต่อไปค่า ตอนนี้มิโดรินออกโรงด้วยแหละ กรี๊ดดด อาโฮ่และคาวามิยังคงไร้บทเช่นเคย55555555 ว่าแต่ขอโทษนะคะฟิคเหลืองดำที่หนูเห็นผ่านๆในทวิตมันคืออะไรหรอคะ ไรเหยออออออ -,,- สู้ๆค่ะ รออ่านฟิคพี่อยู่

#1 By KAMPe' on 2014-06-30 19:37