[KnB Fic] Black is white [Haizaki*Kuroko]

posted on 13 Apr 2014 01:57 by freyaminnie in Fiction, KnB
 
 
 
[Reprint] Choco-Vanilla AoKuro Anthology
 
เปิดจองและโอนเงินตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 27 เมษายนนี้ค่ะ
 
สามารถรับทางไปรษณีย์หรือรับในงาน Kurobas Only Event วันที่ 4 พฤษภาคมนี้ได้เช่นกันค่ะ
 
รายละเอียดตามนี้เลยค่ะ
 
 
 
 
============================================
 
 
 

Title : Black is grey without white 

Author : freyaminnie

Fandom : Kuroko no Basket

Paring : Haizaki x Kuroko

Rating : PG-13

 
 
 
"รู้รึเปล่าว่าสีที่ใกล้เคียงกับสีดำที่สุด ก็คือสีเทาไงล่ะ"
 
 
 
ไฮซากิลาออกไปแล้ว 



ขาทั้งสองข้างพาเจ้าของวิ่งด้วยความเร็วมากกว่าปกติ ทันทีที่ได้ยินคำบอกกล่าวจากเพื่อนร่วมทีมถึงสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้



คนคนนั้น ต่อให้มีท่าทีไม่ชอบบาสเก็ตบอลแค่ไหน ต่อให้เคยชอบโดดซ้อมยังไง ก็ไม่เห็นจะมีท่าทีบ่งบอกว่าจะยอมเลิกหรือลาออกเลยซักนิด แล้วทำไมจู่ๆถึงออกปากลาออกได้ง่ายๆ



“ไฮซากิคุง!” ส่งเสียงเรียกทันทีที่เห็นแผ่นหลังของอีกฝ่ายปรากฏสู่สายตา ร่างสูงเรือนผมสีเทายืนอยู่หน้าเตาเผาขยะที่ถูกจุดทิ้งไว้ ในมือถือรองเท้าบาสเก็ตบอลคู่สำคัญ 



“อะไรกัน นายเองเหรอเท็ตสึยะ” ไฮซากิ โชโงะหันมาหาผู้มาใหม่อย่างประหลาดใจเล็กน้อย



“ที่บอกว่าจะออกจากชมรม เป็นความจริงเหรอครับ?” เขาถามปนเสียงหอบเนื่องจากยังเหนื่อยจากการวิ่งมาไกล มองไปยังใบหน้าอีกฝ่ายที่ไม่ได้แสดงอาการอาลัยอันใดอย่างไม่น่าเชื่อ 



“ฮ่าๆ ใช่แล้วล่ะ ว่าแต่นายมาทำอะไรที่นี่กันล่ะ มาถามซะยังกับว่าพวกเราเคยเป็นเพื่อนกันยังงั้นแหละ” ร่างสูงกว่าหัวเราะ ไม่คาดคิดว่าในบรรดาคนในชมรมทั้งหมดจะเป็นหมอนี่ คนที่อ่อนแอที่สุดคนนี้ที่มาตามเขา 



“แต่ว่าทั้งๆที่คุณเองมีพรสวรรค์มากขนาดนั้น ทำไมล่ะครับ?” 



“หุบปากซะ!” ไฮซากิตวาดก่อนจะหันมาดันอีกฝ่ายอย่างแรงจนชนกับกำแพง แล้วเท้าแขนทั้งสองข้างลงกับกำแพงเบื้องหลัง ริมฝีปากหนาก้มลงบดจูบหนักหน่วงลงบนเรียวปากอีกฝ่าย เต็มไปด้วยความหยาบโลนและกักขฬะไม่ต่างจากบุคลิกของไฮซากิที่ใครๆก็เห็น  ริมฝีปากบางพยายามขยับออกห่างทว่ากลับไม่สามารถทำได้เมื่อไม่เหลือที่ทางให้ถอยอีก 



มือเรียวดันร่างที่ทาบทับอยู่ให้ห่างออกจากตัวอย่างไร้ผล จนเมื่อร่างสูงกว่าพึงพอใจแล้วจึงยอมละออกมา เฝ้ามองใบหน้าสีขาว และนัยน์ตาสีฟ้าที่มองมาด้วยอารมณ์หลากหลาย ทั้งโกรธเคือง งุนงง และสับสน ทว่ากลับไม่มีวี่แววของความหวาดกลัวแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย



ร่างสูงกว่าถอนหายใจก่อนจะผละออกมาในที่สุด



“ฉันก็แค่เบื่อที่จะเล่นบาสเก็ตบอลแล้ว ทั้งเหนื่อยแล้วก็ตัวเหม็นเหงื่อไปหมด เอาเวลาไปทำอะไรๆกับสาวๆยังจะดีซะกว่า” ไฮซากิยักไหล่ มองรองเท้าบาสเก็ตบอลที่ถูกทิ้งอยู่บนพื้นจากการกระทำเมื่อครู่ 



“คุณคิดแบบนั้น...จริงๆน่ะเหรอครับ?” คุโรโกะถามด้วยน้ำเสียงที่ราวกับจะสลดลงเล็กน้อย ใบหน้าขาวก้มลงต่ำ



“หึ นายนี่มันไร้เดียงสาชะมัด นายคิดว่าโดยเนื้อแท้แล้วฉันมันเป็นคนดี รักเพื่อนพ้อง หรือโดนกลั่นแกล้งให้ออกจากชมรมอะไรแบบนั้นเหรอ” 



เสียงทุ้มกล่าวอย่างเย้ยหยัน ยิ่งเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไม่ตอบคำทำให้เขารู้ได้ว่าที่พูดไปแทงใจดำเข้าเต็มๆจนอดขำไม่ได้



คนอย่างหมอนี่เอง ก็ไม่สมควรจะอยู่ท่ามกลางสิงห์สาราสัตว์พวกนั้นหรอก 



ความไร้เดียงสาอันแสนบริสุทธิ์และอ่อนต่อโลก เป็นสีดำแต่กลับขาวสะอาดยิ่งกว่าสีอื่นใดๆ ความไร้เดียงสาอันน่ารังเกียจจนอยากที่จะลองขยี้ให้แหลกคามือตัวเองซักครั้ง



ทว่าแม้จะอยากทำลายความบริสุทธิ์นั้นให้แหลกสลาย อยากจะเห็นสีหน้าไร้เดียงสานี้ยามได้รับรู้ความจริงของโลกอันแสนโหดร้าย คงจะเป็นเรื่องน่าสนใจและชวนให้คลายความเครียดได้ไม่น้อย 



ผลที่ตามมานั้น อาจจะไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยงกับความสนุกเล็กๆน้อยๆครั้งนี้ก็ได้



“ฉันจะบอกอะไรให้นะ โลกนี้น่ะมันไม่ได้สวยงามอย่างที่นายคิดหรอก”  



เขาพูดก่อนจะโยนรองเท้าผ้าใบในมือเข้าไปในเปลวไฟร้อนระอุของเตาเผาขยะ เฝ้ามองดูสิ่งที่เป็นเครื่องหมายของกีฬาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยผูกพัน ไม่สิ แค่เคยมีส่วนร่วมมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านอย่างไม่อาลัย



สีของเปลวเพลิงที่แดงฉาน เหมือนกับนัยน์ตาสีแดงของคนผู้นั้น ไม่ต่างอะไรกับปิศาจที่อยู่ท่ามกลางเปลวไฟในนรกนักหรอก



“คนที่น่ากลัว ปิศาจร้ายที่แท้จริงน่ะ มันก็มีอยู่ท่ามกลางพวกเรานั่นแหละ” 



ถ้าหากไม่รีบเดินออกมา นายเองนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายเจ็บปวดยิ่งกว่าฉันเสียอีก 



“ไฮซากิคุง..”



“หึ อย่างนายไม่ต้องมาสงสารฉันหรอกนะ ใครจะไปรู้ บางทีพวกนายที่ยังเหลืออยู่อาจจะเป็นฝ่ายสมควรได้รับสิ่งนั้นมากกว่าฉันก็ได้” 



นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่เดินจากไปอย่างไม่เข้าใจ การกระทำอันอุกอาจ ถ้อยคำที่เป็นปริศนา ทั้งหมดนี้ดูจะขัดกันไปหมดจนยากจะเชื่อได้ว่าอะไรจริงหรือหลอก



คำพูดของไฮซากิคุงในตอนนั้น ใครจะไปรู้ว่าอีกฝ่ายสามารถล่วงรู้อนาคตได้เหมือนอย่างกัปตันของพวกเขา หรือจะเป็นเพียงการเดาสุ่มที่บังเอิญตรงกับความจริงเท่านั้น 



บางทีไฮซากิที่เขาเคยคิดว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาอย่างแท้จริง คนนอกคอกทำตัวไร้ระเบียบ กลับสามารถสังเกตเห็นได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่าง สิ่งที่คนที่อยู่ในที่นั้นทุกคนถลำลึกเกินกว่าจะมองเห็น ปฏิเสธที่จะยอมรับ หรือแม้แต่เป็นตัวการเร่งให้มันเกิดขึ้นด้วยตัวเองด้วยซ้ำไป



ความแตกแยกของเจเนอเรชั่นปาฏิหาริย์อาจจะไม่ได้เกิดจากการที่ไฮซากิ โชโงะถูกขับไล่ออกจากชมรม ทว่า ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่านั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของความผิดปกติทั้งหมด  



ความผิดปกติที่พวกเขาไม่เคยสังเกตเห็น จนกระทั่งมันสายเกินไป
 
 
 
 
END
 
 
 
Talk :
 
 
หนึ่งในฟิคซีรียส์จูบที่ห่างหายไปนาน(อีกแล้ว) กำลังพยายามปั่นซีรียส์นี้ให้ทันงานบาสอยู่ค่ะ คู่นี้ไม่มีโมเม้นท์อะไรมากเลยแอบมาแบบสั้นๆ (ฮรือ)
 
 
ขอไปปั่นต่อก่อนนะคะ *ชวิ้ง*
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

จริงๆเราก็ชอบคู่นี้นะคะ หึๆๆๆ -,,- พอดีรสนิยมไม่เหมือนชาวบ้าน ไฮซากิเถื่อนๆโดนใจเค้า!!
ไม่ทำอะไรครกคุงต่ออีกเหรอลูก แอร๊ยยยยยย

#5 By disabled papayamom on 2014-05-29 18:31

แบบว่า.....เคยอ่านแต่รุ้งเทา ไม่ก็เทาเหลือง น่ะคะ (ไม่ก็ฟ้าเหลืองที่มีเทาเป็นตัวร้าย) เพิ่งเคยเจอคู่นี้.......O_o ตาค้างเลยอะพี่เฟย์~~~

#4 By fukaze on 2014-04-23 20:54

ฉากนี้แบบ ตั้งแต่อ่านในมังงะละ ครก วิ่งไปคนเดียวเลย ><

#3 By บันไซ (171.99.192.183|171.99.192.183) on 2014-04-15 00:20

เทาดำๆๆๆๆๆๆ !!!!!!!!Hot! Hot! Hot!
คู่ที่ครั้งหนึ่งเราเคยปลื้มที่สุดในที่สุดก็มีคนแต่งแล้ว ขอเป็นลมแปบ
มุมมองของไฮซากิคุงที่มีความคิดเกี่ยวกับคุโรโกะคุงเป็นอะไรที่น่ารักมากๆๆๆ
จนแทบที่อยากจะบอกว่าถ้าห่วงเจ้าคนตัวเล็กที่ไร้เดียงสาอ่อนต่อโลก แถมอยู่กลางฝูงสัตว์ร้ายขนาดนั้นก็อยู่ชมรมต่อไปสิค่ะจะลาออกมาทำมั้ยกัน

#2 By loss on 2014-04-14 22:45

อั้ยย่ะ นี่มันคู่แรรรรรรรรร์ 
ไม่คิดจริงๆว่าจะมีฟิคเทาดำให้อ่านด้วย แต่ไม่เป็นไรค่า ขอแค่น้องดำเคะ ข้าได้หมดทุกคู่ อุ๊บส์ =.,=
คำพูดสุดท้ายของไฮซากินี่มันเป็นจุดเริ่มต้นของมาม่าในรุ่นปาฏิหาริย์ชัดๆ โธ่ น้องครกก็ไร้เดียงสาอย่างนี้แหละนะ (ชื่อดำแต่ขาวสะอาด กรี๊ด ชอบ) 

#1 By Zorechan (1.10.201.9|1.10.201.9) on 2014-04-13 21:34