This entry is part of

เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

 
 
-------------------------------------------
 
 
Excess Packaging :
 
คือการใช้บรรจุภัณฑ์หรือหีบห่ออย่างสิ้นเปลือง
 
 
credit : www.treehugger.com
 
 
 
ส่วนใหญ่มักพบเห็นได้กับผัก ผลไม้ อาหารสดและแห้งตาม ซุปเปอร์มาร์เก็ต
 
credit : www.dailymail.co.uk
 
 
ซึ่งซุปเปอร์มาเก็ตเหล่านี้มักให้เหตุผลว่า
 
"หีบห่อเหล่านี้ช่วยให้ผักผลไม้ข้างในคงความสดและสะอาด"
 
จริงหรือ?
 
credit : valdodge.com
 
แอ๊บเปิ้ล 4 ลูก  กับหีบห่อที่ไม่มีความจำเป็น พลาสติกที่ย่อยสลายได้ยาก เมื่อเราเอาแอ๊บเปิ้ลออกมา หีบห่อเหล่านี้ก็หลายเป็นขยะชิ้นใหญ่
 
 
 
 
หรือจะเป็นเหตุผลว่า
 
"ลูกค้าต้องการสินค้าที่บรรจุหีบห่อเพราะน่าซื้อ"
 
จริงหรือ?
 

credit : www.katygordon.org.uk
 
 
หรือที่จริงแล้วเป็นทางผู้ผลิตและซุปเปอร์มาเก็ตที่ชี้นำผู้บริโภคว่าสินค้าที่ดีควรมีหีบห่อที่ฟุ่มเฟือย
 
เราทุกคนต้องจ่ายเงินสำหรับค่าหีบห่อที่เราไม่ได้ต้องการ และต้องจ่ายเงินอีกครั้งเพื่อให้คนมาทำการกำจัดมันอย่างถูกต้อง 
 
 
 
ถ้าทุกๆครั้งที่เราซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ต เราแต่ละคนสร้างขยะกันคนละ 1 ถุง
 
เราไปซื้อของสัปดาห์ละครั้ง
 
credit : i.telegraph.co.uk
 
นี่เป็นปริมาณขยะหีบห่อเฉลี่ยต่อครัวเรือนใน 1 อาทิตย์ (หรืออาจจะมากกว่านี้)
 
 
 
ถ้าเราทุกคนรวมกันล่ะ
 

credit : http://media.photobucket.com/image/excess%20packaging
 
 
ขยะพลาสติกหีบห่อกองเป็นภูเขาเลากา 
 
 
การย่อยสลายตามธรรมชาติก็ใช้เวลานาน
 
การเผาทำลายก็ก่อให้เกิดมลพิษ
 
การรีไซเคิลก็ใช้ต้นทุนสูง
 
 
จะดีกว่าไหม ถ้าเรา "ลด ละ เลิก" การใช้หีบห่อสิ้นเปลืองเหล่านี้
 


มันไม่ใช่แค่งดรับถุงพลาสติก

 

แต่พิจารณาถึงหีบห่อที่บรรจุภัณฑ์ด้วยนะ

 

 

ของแถม

 

เรื่องเกี่ยวกับ Excess Packaging ที่รายการ Bulls**t Detectives ของอังกฤษนำมาถ่ายทำ ดูแล้วเห็นด้วยมากๆ

 

 

--------------------------------------------------------------------

 

ปล.เหมือนจะไม่ค่อยเกี่ยวกับ Climate Change โดยตรง แต่เป็นเรื่องที่อยากจะเขียนมานานแล้ว

ปล.2 เอนทรีนี้ไม่พล่ามเยอะเพราะพลังหมด ="=

 

 

edit @ 15 Oct 2009 22:16:27 by freyachan

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เดี๋ยวนี้อะไรก็ห่ออพลาสติดหมดเลย..
(แต่ก็ซื้อทุกที)

#1 By OnimizU [ก็ D18 ไง] on 2009-10-15 22:17

หึๆ กล้วย... แพ็คเพื่อ? ที่จริงของแบบนี้มันไม่จำเป็นต้องแพ็คก็ได้แหละ อย่าว่าแต่ห้างใหญ่ๆทำ ร้านค้าเล็กๆก็ทำเหมือนกัน ตอนเดินตลาดเราเห็นบ่อยไป แบบร้านขายทุเรียนเนี่ย ถ้าไม่ผ่าออกแล้วแพ็คลูกค้าก็ต้องมาลุ้นว่าลูกที่เลือกไว้จะได้เนื้อดีแค่ไหน ถ้าเอามาโชว์เฉยๆ แมลงวันมาตอมอีก

แต่บางอย่างที่เราเห็นในรูป อย่างเช่นมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบเนี่ย ถ้าไม่เห็นว่าจำเป็นต้องแพ็คใส่ถุง หรือเรียงใส่กระป๋องแบบที่เห็นๆกัน จะทำยังไงล่ะ เรื่องบางอย่างมันก็เลี่ยงไม่ได้จริงๆค่ะ

ถ้าห่อใส่ใบตองได้ แล้วกินให้หมดภายในวันเดียวก็คงไม่มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น

ตอนเรียนอยู่อาจารย์เค้าพาไปดูงานที่บริษัทรับกำจัดขยะ อย่างพลาสติกเค้าเอาไปฝังกลบกันค่ะ แต่ว่ามันก็ยุ่งยากพอสมควรเลยนะ เพราะต้องฝังทีละเยอะๆ ฝังแล้วต้องมาคอยตรวจสภาพกันเรื่อยๆว่าสารพิษที่โดนกลบไปแล้วมันจะรั่วไหลออกมามั้ย ดูกัน20ปีก็ยังไม่จบไม่สิ้นค่ะ

#2 By -=[BlueBlood]=- on 2009-10-15 22:36

สาระเยอะมากเลยค่ะมินซัง ใช่แล้ว ปัญหาขยะมันเป็นเรื่องที่เราคิดว่าแก้ไขยากมากที่สุดเลยนะคะ ไม่ว่าจะขยะทั่วไป ขยะยากแก่การย่อยสลาย ขยะย่อยไม่ได้ หรือ ที่อันตรายมากๆคือขยะอิเลคทรอนิคส์ นอกจากจะรกโลกแล้วยังก่อสารพิษอีกต่างหาก

เรื่องขยะแก้ยากค่ะ เพราะตราบใดที่มีมนุษย์ ตราบนั้นก็มีขยะ

#3 By kuwa[R]i... on 2009-10-15 23:20

เรื่องปริมาณขยะเป้นสิ่งหนักใจคนทั้งโลกอยู่แล้วครับ

#4 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2009-10-16 08:24

สาระมากคุณพี่

แต่ปัญหานี้คงแก้ยาก

เพราะคนเรายึดติดกับอะไรพวกนี้ซะแล้ว

#5 By ~Naki~chan on 2009-10-16 08:56

อิอิ และแล้วพูก้าก็มีแนวร่วม มาช่วยกันรักโลกล่ะนั้น
ฮ่า ๆ แต่ที่เจ้ว่ามา ไอ้ Excess Packaging มันคือ
ตัวการหลักที่ทำให้เกิด waste โดยใช่เหตุเลยนั้น
แถมกว่าจะกำจัดมันได้ ก็ยากแสนยากต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยซึ่งราคามันก็แพงแสนแพงเหลือใจ ถ้าเป็นพูก้าวนะจะเอาไอ้เงินส่วนนี้ไปซื้อโด มันดูจะคุ้มกว่านะ เอิ๊ก ๆ
(เอะยังไงของมันเนี่ย) กร๊าก ๆ ก็นะลดส่วนนี้ได้เท่าไหร่ waste ก็เกิดน้อยตามมาด้วยแล แต่ที่เจ้บอกมาว่า ดูไม่ค่อยจะเกี่ยวกับ Climate Change ซะเท่าไหร่ แต่มันก็เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้เกิด Climate Change นินะ ^^

Ps. พูก้ารู้สึกว่าย้ายสาขาเรียน จากวิศวะโยธาไปวิศวะสิ่งแวดล้อม ดูท่ามันจะมีอนาคตกว่าเยอะเลยนะเนี่ย =.= (คิดได้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว ฮ่า ๆ)แต่ถึงอยากย้ายไปเรียนแค่ไหน ท่านบุพการีทั้ง 2 ก็คงไม่อนุญาติ
อยู่ดี ชีวิตมืดมนจริง ๆ =w=

#6 By Pukapukajun on 2009-10-16 10:45

อู้ว...สาระเยอะ...เห้นแล้วปวดหัว =w=~
ขยะนี่ก็ช่าง...=[]=!! ต่อไปมนุษย์โลกจะต้องอาศัยอยู่บนกองขยะ!?

#7 By KsNight on 2009-10-16 10:50

แพ็คแบบนี้ไป..จริงๆมันก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องแพ็คเลยนี่เนอะคะ
ลูกค้าก็ไม่ได้ต้องการให้บ้านมีขยะมาสุมๆเยอะๆหรอกค่ะ..แต่ทางห้างก็...อ่านะ

#8 By Hitsugaya~kun on 2009-10-16 14:21

นึกถึงเลคเชอร์สมัยเรียนเลย

sad smile

#9 By Orora&Shota on 2009-10-16 15:24

โอ้...มีสาระสุดๆเลยค่ะ...เขียนสั้นๆแต่ก็เข้าใจง่ายมากๆค่ะ^^

#10 By melon on 2009-10-16 17:26

เห็นด้วยเลยค่ะว่าเจ้าพวกนี้ทำให้ถังขยะเต็มเร็วมาก (ที่แท้ก็ขี้เกียจเทขยะ) จะรีไซเคิลไปใช้อย่างอื่นก็ยาก แต่ก็ยอมรับนะว่าซื้อของเพราะหน้าตาบ่อยเหมือนกัน ต้องปรับปรุงตัวเองแล้วสิ

#11 By talalan on 2009-10-17 15:08

พี่มิน เป็นบลอคที่มีสาระมากอ่ะฮะ ><b
ถ้าไม่รณรงค์จนเป็นแฟนชั่นก็คงไม่มีใครทำ
ขยะยังคงรกโลกอยุ่ดี เพราะสร้างเอาความสบายแล้วก็ทิ้งเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบ เป็นเรื่องที่น่าหนักใจจริงๆ
แต่จะโทษใครก็ไม่ได้ ต้องแก้ไขที่ตัวเองก่อน 555

#12 By + Windiizz + on 2009-10-20 17:18