จากเอนทรีที่แล้ว 30,000 Hits แล้วค่า  เราได้เปิดเควสไว้โดยให้เดาตัวเลขที่เราชอบที่สุด

มีคนทายเข้ามาเยอะจริงๆค่ะ ซึ้ง =w= บางคนไม่ได้อ่านกติกาดีๆเลยทายมาซ้ำ หรือไม่ได้ทายมาก็ต้องเสียสิทธิไปนะคะ

ส่วนผลปรากฏว่าไม่มีใครตอบถูกค่ะ!!! 

 

เฉลยเลขที่จขบ.ชอบที่สุดเลย คือ "14" ค่ะ

เนื่องจากเป็นวันเกิดของจขบ.เอง ฮาา

 

ดังนั้นคนที่ตอบได้ใกล้เคียงที่สุดและได้ฟิคตามที่เควสไปคือ

.

.

.

.

.

*รัวกลอง*

.

.

.

.


ยินดีด้วยค่า..30,000 Hits แล้ว^^

ฮืออ...มาช้าเลยอดเลขที่ชอบเลย..
อืมม><...เอาเลข...13..(มีใครเอาไปยังเนี่ย = =)

ฟิคคู่ D18 32*15 (ช่วงนี้พีคโน่ 32 น่ะค่ะ><)
เอาธีม รั่วๆ หวานๆ ละกันค่ะ = =
#17 By melon on 2009-10-09 15:52
 
 
 

 

melon จังที่ตอบมาว่า 13 ค่ะ แหม อีกนิ๊ดดดก็จะถูกแล้วเชียว แต่ก็ไม่มีคนตอบถูกเป๊ะ melon จังเลยได้เควสไปนะคะ ตอนแรกเห็น 32*15 แอบช็อกค่ะ ฮาา ดีนะที่ไม่ได้มีเขียนว่าเรทด้วย ไม่งั้นคงดับอนาถ OTL

 

ชื่อเรื่องมาจากเพลง If I never knew you ที่เป็น OST ของเรื่อง Pocahontas ค่ะ ตอนฟังเพลงนี้ก็ปิ๊งเนื้อเรื่องขึ้นมาเลยออกมาเป็นแบบนี้ จะฟังเพลงไประหว่างที่อ่านก็ได้ค่ะ (ถ้าเพลงกระตุกให้เปิดหน้าเพจนี้ค้างไว้ให้มันโหลดเสร็จก่อนแล้วค่อยกลับมาฟังนะคะ)

 

 

Title : If I Never Knew You

Author : freyachan

Paring : D18

Rating : PG-13

Note : กึ่งๆจะเป็น AU แต่คิดว่าไม่ใช่นะ ="= 



“เคียวย้า~~~~  วันนี้วันอะไรรู้รึเปล่าเอ่ย” เสียงกวนประสาทแบบนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากม้าพยศแห่งคาบัคโรเน่ที่ชอบถือวิสาสะเข้ามาในฐานลับของเขาอยู่บ่อยๆ

If I never knew you
If I never felt this love


“หนวกหู”

“ง่ะ เคียวยะอ้ะ ทายสิๆๆ”

“ฉันไม่สน เลิกส่งเสียงหนวกหูซะทีไม่งั้นจะขย้ำให้..อุ๊บ” ถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยถูกขัดจังหวะเมื่อกลีบปากบางถูกจับจองโดยคนร่างสูงที่เข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

I would have no linking of
How precious life can be


“อืมม...อื้อ” ริมฝีปากหนาที่บดเบียดเข้ามาช่วงชิงทั้งคำพูดและลมหายใจของผู้พิทักษ์แห่งเมฆาจนแทบจะหมดสติ ซ้ำร้ายลิ้นร้อนยังซอกซอนเข้ามากวาดเลียความหอมหวานภายในโพรงปากราวกับเป็นน้ำผึ้งเลิศรสที่ชวนให้ชิมไม่รู้จักเบื่อ

And if I never held you
I would never have a clue


เมื่อเห็นว่าร่างในอ้อมกอดใกล้จะขาดออกซิเจนเต็มที ดีโน่จึงปล่อยกลีบปากแดงช้ำให้เป็นอิสระอย่างอ้อยอิ่งราวกับแสนเสียดายความหวานที่ได้ลิ้มรสนั้น นัยน์ตาสีอำพันจ้องลึกลงไปยังนัยน์ตาสีนิลฉ่ำเยิ้มจากรสจูบเมื่อสักครู่

How at last I'd find in you
The missing part of me.


“เคียวยะ...”

ปุ้ง!!!

จู่ๆคนที่เพิ่งจะเอ่ยถึงเมื่อสักครู่ก็ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันหนาสีขาวที่พวยพุ่งมาจากไหนก็ไม่ทราบ

บาซูก้าทศวรรษ?

ร่างของใครบางคนปรากฏให้เห็นอยู่ลางๆเบื้องหลังม่านควันที่บดบังอยู่

“แค่กๆ....ไอ้พวกสัตว์กินพืชพวกนั้น มันน่าขย้ำให้ตายนัก!!” เสียงหวานที่ฟังดูคุ้นเคย หากแต่เป็นในอดีต ไม่ใช่ในตอนนี้ ร่างบางของฮิบาริ เคียวยะในคราบกรรมการรักษาระเบียบของโรงเรียนมัธยมต้นนามิโมริพร้อมทอนฟาคู่ใจยืนอยู่เบื้องหน้าเขา

“เคียวยะเมื่อ 10 ปีก่อนเหรอเนี่ย” ดีโน่อุทานออกมาเรียกความสนใจจากคนที่ยืนอยู่ให้หันมาทางต้นเสียงได้

“หือ? แกเป็นใครน่ะ?” คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อเห็นคนผมทองที่ดูยังไงก็น่าจะผิดกฏโรงเรียนแน่ๆ พร้อมทั้งขยับทอนฟาในมือพร้อมอยู่ในท่าจะพุ่งเข้าใส่สัตว์กินพืชหัวทองที่กล้ามาทำตัวผิดระเบียบต่อหน้ากรรมการรักษาระเบียบอย่างไม่กลัวตาย

“ฉันเองดีโน่ไง ดีโน่ในอนาคต” ร่างสูงรีบอธิบาย “นายโดนบาซูก้าทศวรรษยิงใส่เลยเดินทางมายังอนาคตในอีก 10 ปีข้างหน้าน่ะ”

“ดีโน่......?” ม้าพยศพยายามยิ้มแหยๆพร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงยืนยันสิ่งที่ตนพูดไปเมื่อสักครู่

“สัตว์กินพืชชื่อเห่ยแบบนั้นฉันไม่เคยรู้จัก ตายซะ!!” แต่คำตอบที่ออกมาจากริมฝีปากบางกลับไม่ได้เป็นอย่างที่ร่างสูงคิดแต่อย่างใด ฮิบาริควงทอนฟาพุ่งเข้าฟาดใส่ใบหน้าหล่อเหลาเต็มแรง แต่กลับพลาดไปโดนกำแพงด้านหลังเพราะอีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด

ดีโน่รีบดึงแส้ออกมาเพื่อป้องกันตนเองจากการโจมตี “เคียวยะ ฉันเองไง ที่เป็นครูสอนพิเศษแล้วก็คนรักของเคียวยะน่ะ ว๊าก!!”

“คนรักบ้าบออะไร!! ฉันไม่ได้มีรสนิยมวิปริตแบบแก”

อาวุธในมือบางตวัดควงเร็วและแรงมากขึ้นเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายที่ชวนให้ขนในร่างพากันลุกเกรียวเป็นแถว

แม้ว่าคราวนี้ร่างสูงจะใช้แส้รับไว้ได้ทันแต่ร่างในชุดกักคุรันก็ไวพอจะสะบัดตัวหนีจากแส้ม้าพยศมาได้

แต่ประสบการณ์เกือบสิบปีที่คอยรองรับอารมณ์รุนแรงของเคียวยะคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอดทำให้ดีโน่ฉกฉวยจังหวะใช้อาวุธคู่กายตวัดเอาทอนฟาที่อยู่ในมือเรียวให้หลุดร่วงลงกับพื้น พร้อมกับกระโจนเข้าไปประชิดแล้วรวบร่างบางลงกับพื้นห้อง

“โอ๊ย!!.. ลุกออกไปนะ” เสียงหวานตวาดเมื่อจู่ๆก็โดนกดลงกับพื้นแถมน้ำหนักของเจ้าบ้านี่ก็ไม่ใช่น้อยๆยังมีหน้ามานอนทับเขาอยู่อีก

“เคียวยะก็อยู่นิ่งๆก่อนสิแล้วจะปล่อย”

“แก....ไอ้โรคจิต”

โครก~~

เสียงท้องร้องดังมิใช่น้อยขัดจังหวะบทสนทนาที่เริ่มจะเดือดขึ้นเรื่อยๆ(แต่ฝ่ายเดียว) ดีโน่มองใบหน้าสวยที่แก้มขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินเมื่อสำเหนียกได้ว่าเสียงนั้นดังมาจากช่องท้องของตัวเอง ที่เรียกร้องว่าได้เวลาหาอะไรมาประทังชีวิตแล้ว

มันช่วยไม่ได้จริงๆก็ตอนก่อนที่เขาจะถูกสลับตัวมายังที่พิลึกนี่ คุซะคาเบะที่มีหน้าที่เอาอาหารเช้ามาให้เขาทุกวันยังไม่มาถึงโรงเรียน

“ฮ่ะ ฮะๆๆ ที่แท้นายโมโหหิวนี่เองเหรอ” เสียงหัวเราะชวนให้เอาทอนฟาฟาดปากเจ้าของยิ่งทำให้เด็กหนุ่มหัวเสีย ไหนจะจู่ๆก็โดนพวกสัตว์กินพืชยิงปืนพิลึกใส่ แล้วก็มาโผล่ยังที่ไหนก็ไม่รู้ที่ไม่รู้จัก นามิโมริอยู่ทางไหนก็บอกไม่ได้ ข้าวเช้าก็ยังไม่ได้กิน แถมยังมาเจอสัตว์กินพืชหัวทองแสนกวนประสาทนี่อีก

มันน่าขย้ำให้ตายซะให้หมดทุกคน!!!

“มะ..ไม่ใช่ซักหน่อย!!”

แต่อนิจจาคงได้แต่คิดเพราะร่างบางยังคงถูกม้าพยศแปลกหน้าทาบทับไว้อยู่แทบจะกระดิกไม่ได้ ดีโน่เห็นท่าทีดังนั้นเลยยอมอ่อนให้คนรักในอดีตอย่างเห็นใจแล้วยอมลุกออกมาโดยดี พร้อมทั้งถือวิสาสะฉุดมือบางให้ลุกขึ้นยืนด้วยกัน

แล้วร่างสูงจึงเพิ่งจะสังเกตได้ถึงสิ่งที่ควรจะมีแต่กลับไม่มีติดตัวอีกฝ่ายอยู่

“เคียวยะ แหวนนายไปไหนแล้วล่ะ?”

“แหวนอะไรไม่เห็นจะรู้เรื่อง” ร่างบางตีสีหน้างุนงงสุดๆกับคำถามนั้น

“ก็แหวนแห่งเมฆาของวองโกเล่ไง” ดีโน่พยายามอธิบาย

แต่เมื่อย้อนไปพิจารณาปฏิกิริยาของร่างบางตั้งแต่ตอนแรกที่เจอกันที่ทำราวกับไม่รู้จักเขามาก่อน หรือการที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับแหวนก็เช่นกัน

เอ๋จริงสิก็วันนี้เมื่อ 10 ปีก่อนน่ะมัน.....

แล้วม้าพยศก็ถึงบางอ้อ สมองน้อยๆที่ไม่ค่อยจะได้ใช้คิดอะไรนอกจากเรื่องหื่นๆก็พลันได้ข้อสรุปว่า ฮิบาริ เคียวยะคนนี้คือคนในอดีตเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ‘ก่อน’ ที่จะเกิดศึกชิงแหวน

‘ก่อน’ ที่จะได้พบกับเขา

In this world so full of fear
Full of rage and lies


นัยน์ตาสีรัตติกาลที่มองมาด้วยความระแวงสงสัยและเย็นชา ท่าทีที่มุ่งร้ายกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างบาง ความรู้สึกไม่เคยเชื่อใจใครทั้งสิ้น และความโดดเดี่ยวอันเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเด็กหนุ่มมาตลอด

เคียวยะที่เขาไม่รู้จักและยังไม่รู้จักเขา

ดีโน่ไม่เคยสังเกตเลยว่าตลอด 10 ปีที่อยู่ด้วยกันมา คนๆนี้เปลี่ยนไปมากแค่ไหน จากคนที่ไม่เคยจะยอมสุมหัวกับใคร (และแน่นอนว่าไม่ชอบให้ใครมาสุมหัวต่อหน้า) กลับกลายเป็นยอมเปิดพื้นที่ให้เขารุกล้ำเข้าไปภายในใจอย่างช้าๆ

I can see the truth so clear
In your eyes
So dry your eyes


“เคียวยะ...ฉันน่ะ..”

ปุ้ง!!

เสียงระเบิดตามด้วยกลุ่มควันสีขาวปกคลุมบรรยากาศรอบกายอีกครั้ง เวลา 5 นาทีแห่งความสับสนจะว่านานก็นานหรือจะว่าสั้นก็สั้น ครานี้เรือนร่างที่ปรากฏอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันเป็นคนที่ตนคุ้นเคยมาตลอด 10 ปี มือเล็กบางของคนในอดีตที่กอบกุมอยู่เมื่อสักครู่กลับกลายเป็นมือเรียวสวยที่ยังคงให้ความรู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอ

And I'm so grateful to you
I'd have lived my whole life through
Lost forever
If I never knew you


ชายหนุ่มผมดำพอพ้นจากความมึนงงหลังกลับมาจากการเดินทางข้ามเวลา ก็หันมาถลึงตาใส่ร่างสูงตรงหน้าอย่างเอาเรื่องเมื่อคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 นาทีก่อนและเจ้าบาซูก้าทศวรรษเฮงซวยที่ทำงานได้ตรงจังหวะเวลาเสียเหลือเกิน

“แก....”

ริมฝีปากบางยังไม่ทันจะได้ตะโกนด่าให้สาสมกับที่ปล่อยให้เขาอารมณ์ค้างตอนโดนส่งกลับไปอดีต ร่างกายก็โดนแขนแกร่งคว้าไปกอดไว้แน่นจนอึดอัด พอจะออกแรงดิ้นใบหน้าคมก็โน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดลงบนผิวแก้ม จากนั้นความนุ่มนวลก็แนบประทับลงบนเรียวปากอิ่ม ช่วงชิงเอาทั้งอากาศหายใจและเรี่ยวแรงไปจนหมด ร่างบางดิ้นขลุกขลักอยู่สักพักก็ล้มเลิกแล้วปล่อยให้คนฉวยโอกาสโอบกอดเขาไว้ให้พอใจ

If I never knew you
I'd be safe but half as real
Never knowing I could feel
A love so strong and true


“แฮ่ก..” กลีบปากแดงช้ำหอบหายใจหนักหลังจากถูกปลดปล่อยจากจุมพิตร้อนแรงแต่ก็ยังถูกตระกองกอดไว้ในอ้อมแขนแกร่งของม้าพยศ

“เคียวยะ...วันนี้น่ะเป็นวันอะไรรู้ไหม?” คำถามเดิมถูกส่งออกมาแต่ด้วยเสียงที่นุ่มนวลกว่า อ้อนวอนกว่า เรียกร้องมากกว่าเมื่อคราแรกมากมายนัก

I'm so grateful to you
I'd have lived my whole life through
Lost forever
If I never knew you


“มะ..ไม่รู้…แฮ่ก” ร่างบางยังคงพยายามหอบเอาออกซิเจนเข้าปอดอยู่จึงไม่มีอารมณ์เถียงได้เต็มปากนัก แต่เขากลับไม่ต้องรอนานนักเมื่อในที่สุดดีโน่ก็เป็นฝ่ายเฉลยขึ้นมาเอง

“วันนี้เมื่อ 10 ปีก่อน เป็นวันที่ฉันพบกับเคียวยะครั้งแรกในห้องรับแขก” อ้อมแขนกอดกระชับร่างบางเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนช่องว่างระหว่างพวกเขาแทบจะไม่มีเหลือให้สิ่งใดผ่านไปได้

I thought our love would be so beautiful
Somehow we'd make the whole world bright


“แล้วมันยังไงล่ะ....” ฮิบาริพูดพลางก้มหน้างุดฝังใบหน้าสวยแดงก่ำเข้ากับแผงอกอุ่นของคนใกล้ตัว เขาเองก็พอจะเดาคำตอบได้อยู่แล้วเพราะเมื่อได้ย้อนเวลากลับไปยัง 10 ปีก่อน สิ่งที่เห็นในตอนนั้น บรรยากาศในตอนนั้น

ตอนที่ยังไม่มีแหวนแห่งเมฆา

ตอนที่ยังไม่มีม้าพยศแห่งคาบัคโรเน่ในชีวิต

เขายืนอยู่เพียงลำพังในห้องรับแขกของโรงเรียนนามิโมริ รอบตัวมีแต่ความเงียบสงบซึ่งเป็นสิ่งที่เขาคิดมาตลอดว่าเป็นสิ่งที่ตนปรารถนา

I never knew that fear and hate could be so strong
all they'd leave us were these whispers in the night
But still my heart is saying we were right


ร่างบางไม่รู้เลยว่าตนรอคอยการปรากฏตัวของคนที่มักจะถือวิสาสะเข้ามาในโรงเรียนและมาวุ่นวายกับเขาอยู่เสมอ หวังว่าอีกฝ่ายจะมาทำลายความเงียบเหงานี้ กลายเป็นว่า 5 นาทีช่างแสนยาวนานกับการต้องรอคอยอะไรบางอย่าง

รอคอยคนที่จะมาเปลี่ยนชีวิตเขาไปอย่างสิ้นเชิง

Oh if I never knew you
There's no moment I regret
If i never felt this love
Since the moment that we met
I would have no inkling of
If our time has gone too fast
How precious life can be...
I've lived at last...


“ถ้าวันนั้น รีบอร์นไม่มาขอร้องให้ฉันช่วยฝึกผู้พิทักษ์ล่ะก็ ฉันคงจะไม่ได้พบกับเคียวยะ” เสียงทุ้มพูดขึ้นพลางใช้นิ้วเชยคางมนขึ้นมาสบนัยน์ตาสีรัตติกาลล้ำลึกกับนัยน์ตาสีอำพัน

I thought our love would be so beautiful
Somehow we'd make the whole world bright


“แต่ฉันไม่เคยอยากเจอแก” ดวงหน้าหวานพยายามเบี่ยงหลบสายตาร้อนแรงที่จ้องมองมา

“ถ้าฉันไม่ได้พบกับเคียวยะ ฉันก็คงไม่มีวันได้รู้จักความสุขแบบนี้”

I thought our love wuold be so beautiful
We'd turn the darkness into light


“แต่ฉันไม่เห็นมีความสุข แกมันน่ารำคาญจะตายไป”

“ถ้าฉันไม่ได้พบกับเคียวยะ ฉันคงไม่รู้ว่าสามารถรักใครซักคนได้มากมายขนาดนี้” มือแกร่งประคองแก้มนวลทั้งสองไว้มั่นเพื่อไม่ให้ร่างบางหลบสายตาหนีได้ ฮิบาริรู้สึกหน้าตัวเองร้อนจนแทบจะลุกเป็นไฟ แต่จะหันหนีก็หันไม่ได้ราวกับถูกนัยน์ตาสีทองสะกดไว้

And still my heart is saying we were right
we were right


“บะ..บ้า เพ้อเจ้ออะไรของแก”

“เคียวยะรู้สึกเหมือนฉันบ้างรึเปล่า?” ดีโน่กล่าวด้วยน้ำเสียงเชิงออดอ้อน เขารู้ดีว่าคนตรงหน้าปากแข็งเกินกว่าจะพูดออกมา แต่บางที....

“ฉัน....”

And if I never knew you
If I never knew you
I'd have lived my whole life through


ถ้าฉันไม่พบกับแก คงไม่ต้องมีใครมาวุ่นวาย

ถ้าฉันไม่พบกับแก ฉันคงไม่ต้องรู้สึกแบบนี้

ถ้าฉันไม่พบกับแก  ชีวิตฉันคงจะ ว่างเปล่า...

Empty as the sky
Never knowing why


“ฉันแค่...ชอบที่แกทำให้ฉันได้สู้กับคนเก่งๆเท่านั้นแหละน่า” สิ่งที่ตอบออกไปกลับเป็นความจริงเพียงส่วนเสี้ยวเดียวที่เลือกจะพูด หากแต่นภาแห่งคาบัคโรเน่ก็เข้าใจความนัยที่ไม่ได้เปล่งออกมาได้เป็นอย่างดี

“อื้ม ฉันก็รักเคียวยะเหมือนกัน”

“ใครเขารักนายกันล่ะ อืมมม” ดวงหน้าคมโน้มลงมาอีกครั้ง คราวนี้กลีบปากบางคงไม่มีโอกาสได้เอื้อนเอ่ยอะไรไปอีกสักพักใหญ่

แต่คำพูด ก็คงไม่จำเป็นในตอนนี้แล้วนี่นะ

ขอบคุณ ที่ทำให้เราสองคนได้พบกัน

Lost forever
If I never knew you



END

Talk : เมล่อนจังเควสมาว่าขอแบบรั่วๆ หวานๆ พอลองแต่งจริงแล้วทำให้รู้ว่าฟิครั่วแต่งยากมว้ากกกก แต่งยากกว่าฟิคโศกอีกอ่ะ TTATT พยายามจะรั่วให้แล้วแต่ไม่รู้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน ถ้าผิดพลาดไม่ขำประการใดก็ขออภัยด้วยจริงๆค่ะ OTL

ความจริงตอนแต่งแอบมีอยากแต่ง song fic นี้อีกเวอร์ชั่นนึงด้วย ถ้ามีโอกาสจะแต่งออกมาเป็น Alternate version แล้วกัน เหอๆๆ

 

ขอบคุณคนอ่านทุกคนอีกครั้งค่ะ m(_ _)m

 

ปล.ได้ข่าวว่าวันนี้วันเกิดซือ แต่อัพฟิค D18 กร๊ากกก

ปล.2 งานแคปอาจจะไม่ได้ไป เฮือก...

ปล.3 พรุ่งนี้วัน Blog Day แล้ว ยังไม่รู้จะอัพอะไรเลย OTL

 

 

edit @ 14 Oct 2009 23:23:01 by freyachan

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊างงงง
หวาน!! หวานมาก น้องฮิตอนยังไม่เจอโน่นี่เด็กซึนเดเระซื่อแท้ๆเลย

#1 By OnimizU [ก็ D18 ไง] on 2009-10-14 23:25

เคียวยะปากแข็งจังเลยนะconfused smile

#2 By Shinju on 2009-10-14 23:42

ฮิบาริซึนสะบัดช่อเลยค่ะ XD
ชอบ Theme เรื่องค่ะ เข้าใจคิดนะคะ

#3 By Firodendon on 2009-10-14 23:43

คุณเคียวซึนนิดๆถึงเป็นคุณเคียว ^^

#4 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2009-10-15 00:00

*ละลาย*
โน่...เชี่ยวไปม้ายยย~

#5 By KsNight on 2009-10-15 07:46

เขินแทนคุณฮิ อร๊ายยยยย
คุณฮิยังซึนได้อีก =w=
แอร๊ยยยยยยย >////<
ละลายลงไปกองกับพื้น //ดีดดิ้น

หวานนนนมากกกกก
โน่น่ารักจังเลย ท่านฮิก็ซึนน่ารัก ปากแข็งใช้ได้เลยcry
ท่านฮิตอนยังไม่เจอกับโน่นี่ซึนได้ซึนดี ^O^ ฮุๆๆ น่ารักจริงๆ
เพลงก็เพราะมากเลย เข้ากับเนื้อเรื่องดีจริงๆ
สนุกมากๆค่า~

#7 By ฟิน (110.164.34.69) on 2009-10-15 10:28

*3* วันที่ฉันได้พบกับเคียวยะครั้งแรก . . . . .


#8 By Shabu Shabu on 2009-10-15 11:04

อ้ากกกกกกกกกกก
หวานมากค่า!!!!! >//<~~
อ่านไปยังนึกอยู่เลยว่าทำไมโน่เสี่ยวแบบนี้(อุ้กก ด...โดนแส้รัดคอ)
D18เนี่ย ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไงก็น่ารักที่ซู้ดดดดดด>w<~~

ปล.พี่คะ นอกจากเมื่อวานวันเกิดสึนะแล้ว..ยังวันเกิดพี่ชายหนูที่ชื่อโน่ด้วยนะเออ คิคิ

#9 By Hitsugaya~kun on 2009-10-15 13:03


อ๋าๆ น่ารักจังเลย หวานมดขึ้นแล้ววว

D18 ซึน-ทาสไม่เปลี่ยนแปลง

#10 By Lyradin (203.149.16.36) on 2009-10-15 15:36

โรแมนติกมากกกก!! อ่านแล้วจะละลาย >w<

เคียวยะจะยังไงก็ซึนได้เสมอต้นเสมอปลายจริงๆเลย

#11 By Futago on 2009-10-15 15:48

*ขยี้ตา*
.
*หยิกแก้มแรงๆหนึ่งที..*
.
*กรีดร้องงง*
.
อะ...
.
.
กรี๊ดดดดด~~~~!!!!!!!
ไม่นึกว่าจะใกล้เคียง T[ ]T//
ขอบคุณมินซังมากๆค่า~ *โค้ง*

เริ่มเรื่องก็จูบปิดท้ายก็จูบ...ได้ใจค่า~~~!!
หวานนน!!...หวานมากกก...อ๊างง..
ไม่รั่วมากก็ไม่เป็นไรค่ะ...ฟิคนี้ได้ใจแจนไปแล้ว
อ่านแล้วยิ้มกว้างเลย หวานมากเลยค่ะ>///<

ขอสารภาพ...ลืมเขียนเรท...(กรี๊ดดดด...T^T)
ขอบคุณมินซังอีกครั้งสำหรับฟิคหวานๆน่ารักๆนี้ค่ะ^^

#12 By melon on 2009-10-15 17:03

เคะซึนสุโก้ย!!

เควส6996ได้มั้ยคะ!

#13 By Yumeno☆Misu on 2009-10-15 20:32

โน่นี้ยังเสี่ยวไม่เคยเปลี่ยนแปลง กร๊ากๆๆๆ
กะตืบมดตายเป็นโหลละเจ้ ฮ่า ๆ ขำกับวาจา
ของโน่ที่เกี้ยวท่านฮิจริง ๆ เพราะออกแนว
คำพูดมันหวานบาดลึกตัดขั้วหัวใจแบบนี้นะเอง
ท่านฮิถึงได้ปล่อยให้โน่แทะโลมซะงั้น =w=

แต่ชอบคำพูดนี้ของท่านฮินะเจ้

“สัตว์กินพืชชื่อเห่ยแบบนั้นฉันไม่เคยรู้จัก ตายซะ!!”

คำพูดท่านเอาซะฮาเลย แต่ก็นะ ชื่อ โน่ มันเห่ยขนาดนั้น
เลยหรอ กร๊าก ๆ ออกจะของนอกนะเนี่ย อิมพอร์ท ๆ หุหุ

#14 By Pukapukajun on 2009-10-16 11:02

Good Job ค่ะ TvT

#15 By talalan on 2009-10-17 15:00

ความซึนของเคียวยะนี่ครองใจป๋าโน่จริงๆbig smile

#16 By K.K. on 2009-10-21 18:54